GAMEINDY: Asura Online
หน้า: 1 ... 33 34 [35] 36 37 ... 41
ผู้เขียน หัวข้อ: [Fiction] "Gold Crown" อภินิหารมงกุฎทองคำ  (อ่าน 6632 ครั้ง)
●♫•Kαnαмe Äi•♫●
Hero Member
*****
กระทู้: 2,201

คำคมที่เจ็บปวดที่สุด คือเธอมันแย่ที่สุด!


เว็บไซต์
Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #510 เมื่อ: 01-11-2010, 17:28:07 »

 laugh laugh laugh

โทษที่มะได้ลงเมื่อวันเสาร์วันนี้เรยมาลงให้ Evil

●♫•Kαnαмe Äi•♫●
Hero Member
*****
กระทู้: 2,201

คำคมที่เจ็บปวดที่สุด คือเธอมันแย่ที่สุด!


เว็บไซต์
Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #511 เมื่อ: 01-11-2010, 17:31:28 »

Chapter 19 โคลอสเซี่ยม อดีตเมืองที่รุ่งโรจ

   เช้าวันต่อมาหลังจากที่ทุกคนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และสบายใจที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของน้ำพุสีรุ้ง ทุกคนก็มีขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยเพราะแต่ละคนได้รับนักจากน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ในคนละขวด ยามเหนื่อยล้าสามารถดื่มได้ทันทีแม้จะดื่มแค่หยดเดียวก็สามารถที่จะหายเป็นปกติได้ ยายูมิซึ่งเป็นหน่วยซัมพอร์ตมีหน้าที่คอยดูแลทุกคนยามบาดเจ็บหรือไม่สบายก็ได้รับน้ำพุมาหนึ่งขวดเช่นกันแต่ได้ในพลังที่ไม่เหมือนใครคือพลังที่จะช่วยรักษาบาดแผลต่างๆเพียงแค่หยดเดียวใส่แผล แผลก็สามารถที่จะยุบหายเป็นปรกติได้ทันที
   เมื่อทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว ทุกคนก็เริ่มออกเดินทางต่อไปทันที โดยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเช่นเคย ทุกคนเดินทางตั้งแต่เช้า(หลังจากเอาน้ำพุครบ)ถ้านับเป็นเวลาก็ออกเดินทางประมาณ 9 โมงเช้า
   ทุกคนเดินทางต่อไปโดยไร้จุดหมายแต่จุดหมายที่แน่ชัดก็คือตามหาสถานที่ที่คิดว่าจะเจออาวุธในตำนานเพื่อรวบรวมให้ครบเจ็ดชิ้นก่อนวันพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งเหลือเวลาอีกแค่แปดวันเท่านั้น

“แนทๆ เธอคิดเหมือนชั้นรึเปล่าอ่ะ”

คริสเปิดปากถามแนทด้วยความสงสัยเรื่องอะไรบางอย่าง

“เอ่ อะไรหรอคริส”

แนทตอบกับคริสอย่างงุนงง

“ก็ลองสังเกตรอบๆดูสิ ต้นไม้ดูแห้งเฉา พื้นดินดูไม่อุดมสมบูรณ์แห้งแล้งเหมือนไม่เคยมีน้ำมานาน อากาศร้อนระอุในบางเวลาเหมือนทะเลทราย บางจุดก็มีเศษซากของหินบางอย่างและดาบหักพังมากมาย เธอไม่สงสัยอะไรเลยหรอ”

คริสอธิบายและชักชวนให้แนทลองมองไปรอบๆ

“จริงด้วยสินะ มันแปลกจริงๆ นี่ๆเพชรลองสังเกตดูรอบๆสิ”

แนทพูดพร้อมกับชักชวนเพชรให้สังเกตดูเช่นกัน

แล้วเพชรก็ชักชวนโซลแล้วก็ชักชวนไปเรื่อยๆจนครบสิบคน(นักรบเจ็ดเอลฟ์สาม)

“สถานที่นี้เหมือนเคยเป็นเมืองมาก่อนนะ เพราะมีเศษอาวุธและข้าวของมากมายเต็มไปหมด”

เพชรสรุปออกมาง่ายๆให้ทุกคนฟัง

“อืม~ ก็จริงนะ แต่เราก็เดินมานานแล้วนะ ยังไม่เห็นจะมีวี่แววของตัวเมืองเลยแม้แต่นิด”

คิดผู้ที่เดินเงียบมากนานเอ่ยขึ้น

“ชั้นคิดว่าเราคงอยู่ไม่ไกลตัวเมืองนักหรอกนะ...ลองเดินต่อไปเรื่อยๆก่อนดีกว่าเผื่อจะเจอก็ได้นะ...”

ไอซิสเสนอความคิดเห็นเล็กๆน้อยแก่ทุกคน


“เอ๊ะ! นั่นไงตัวเมืองมีจริงๆด้วย เรารีบวิ่งไปดูดีกว่าเนาะ!”

โซลตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“อ่าว นี่พวกเจ้าจะวิ่งไปไหนกันน่ะ!”

อากามิตะโกนขึ้นถามทันทีที่เห็นทั้งสิบคนวิ่งออกจากกลุ่มไป

“เอ่อ ท่านอากามิคะ เราขออนุญาตไปสำรวจเมืองนั่นสักครู่นะคะ ^. ^”

เพชรตะโกนตอบอากามิแล้วรีบวิ่งตามเพื่อนๆของตนไปทันที

*0*!

ทั้งสิบคนต่างตกตะลึงในภาพที่เห็นไม่แพ้กันถึงสถานที่ที่เห็นจะมีความเก่าแก่และผุพังไปมากแต่ก็ยังคงสภาพความสวยงามอลังการเอาไว้ในตัวแบบไม่มีที่เปรียบ สิ่งนั้นเหมือนกับเมืองที่แสนรุ่งโรจ ถูกสร้างด้วยเสาอิฐที่แข็งแกร่งหล่ายล้อมกันไว้และดัดโค้งทุกสองเสาเพื่อเป็นประตู เป็นแบบนี้ไปรอบๆจนเป็นประตูล้อมรอบเมืองไว้ทั้งหมด เป็นแบบนี้ไปหลายชั้นมากแต่ก็ดูสวยงามตระการตาเหมือนกับพระราชวังหลวงที่เก่าแก่เลยทีเดียว

“โคลอสเซี่ยม~!”

เสียงของใครคนหนึ่งในกลุ่มที่วิ่งตามทั้งสิบคนมาดังขึ้น

“เอ๊ะ ! เมื่อกี้เสียงใครน่ะ”

รินพูดขึ้นอย่างตกใจ

“เสียงข้าเองแหละรินะ ไม่ต้องตกใจหรอก”

ภาพที่รินเห็นคือภาพของหญิงสาวเชื้อสายจีนมัดผมแกละสองข้างน่ารักผมยาวสีดำดูสวยงามแต่งกายด้วยชุดจีนสีน้ำเงินกำลังเดินเข้ามาหาเธอ

“ยัตสึมิ เจ้ารู้จักสถานที่แห่งนี้หรอ”

รินถามยัตสึมิไปอย่างสงสัย โดยยัตสึมิยังไม่ตอบอะไรแต่เดินเข้าไปไกล้กับนักรบทั้งสิบคนที่ยืนอยู่ใจกลางของโคลอสเซี่ยม

“ที่นี่...คือบ้านเกิดของข้า...”

เสียงยัตสึมิดูเศร้าหมองสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“...เกิดอะไรขึ้นกับโคลอสเซี่ยมคะ ท่านยัตสึมิ...”

เพชรถามด้วยความเป็นห่วงปนกับความสงสัย

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ในตอนนั้น...ข้าคิดว่าเรื่องคงเกิดขึ้นหลังจากข้าออกมาจากเมืองแล้วสาเหตุคงเกิดจากเรื่องในวันนั้น ตอนนั้นน่ะ...ข้ายังเด็กมาก เรื่องมันเกิดขึ้นในวันสถาปนาเมืองครั้งแรกที่จัดขึ้นอย่างใหญ่โต หัวหน้าเมืองท่านได้จัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับเมืองและชาวเมืองเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่คิดว่าคนแค่นั้นจะไม่พอสำหรับการป้องกันเมือง งานดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่งพรบค่ำ จู่ๆก็มีธนูไฟหลายร้อยดอกพุ่งเข้ามาในเมืองแบบไม่ยั้ง เมืองทั้งเมืองถูกไฟเผามอดไหม้ แต่ชาวบ้านทุกคนมีใจสู้จึงช่วยกันดับไฟที่เกือบจะผลาญเมืองหมดสิ้นไปได้ หลังจากนั้นก็มีธนูอีกหนึ่งดอกมุ่งตรงมาที่หน้าบ้านของหัวหน้าเมืองโดยมีจดหมายเล็กๆติดอยู่ เมื่อท่านเจ้าเมืองมาพบ ก็ได้เปิดอ่านทันที ความในจดหมายนั้นบอกไว้ว่า

ถึงท่านเจ้าเมืองโคลอสเซี่ยม
บัดนี้กำลังของเราได้ล้อมรอบเมืองของท่านไว้หมดแล้ว ทางเราพร้อมจะบุกยึดเมืองของท่านได้ตลอดเวลา
แต่เรายังไม่อยากจะทำร้ายชาวบ้านตาดำๆ สักเท่าไหร่ เราจึงส่งศาลนี้เพื่อมาเตือนท่าน และปวงประชาในเมืองของท่าน ว่าเราจะทำการบุกยึดเมืองของท่านโดยสันติ  ขอท่านจงอย่าขัดขืน แต่ท่านไม่ต้องตกใจไป เพราะข้ายังไม่ได้จะบุกยึดในตอนนี้หรือพรุ่งนี้ แต่เราจะมาบุกยึดที่นี้ในอีกสามถึงสี่ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้นมันนานพอที่จะให้ท่านได้เตรียมตัวต้อนรับพวกเรา หากท่านไม่ยินดีกับพวกเราก็ก็มิอาจไว้ชีวิตท่านได้

ด้วยความเกลียดแค้น
จอมโจรทะเลทรายผู้พลัดถิ่น
แต่ตอนนั้นข้ายังไม่รู้เรื่องหรอกนะ ในตอนนั้นข้ากำลังตั้งใจจะฝึกฝนตัวเองเพื่อจะเข้าร่วมค่ายเอลจิงเซลอยู่จึงไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งเวลาผ่านมาสองปีข้าก็ได้ออกจากเมืองไป แต่ข้าไม่นึกว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นจริงๆหลังจากที่ข้ารู้ข่าวเลยนะ”

ยัตสึมิตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดีนัก น้ำเสียงของเธอฟังดูเศร้าสลด และทุกข์ทรมานยิ่งนัก

“แล้วท่านรู้ข้อความในจดหมายนั่นได้ยังไงกันละครับท่านยัตสึมิ”

เกิ้ลถามขึ้นด้วยความสงสัย

“เรื่องนั้นน่ะข้าก็เพิ่งมารู้เมื่อปีก่อนนี่เองแหละ เพราะตอนนั้นข้ากำลังจัดแจงของใช้หลายๆอย่างของข้าที่มันยุ่งเหยิงดูไม่เป็นระเบียบให้เรียบร้อยอยู่นั้น จู่ๆก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งหล่นออกมาจากหนังสือของข้าพอข้าเปิดอ่านดูก็เป็นตามที่ข้าเล่านั่นแหละ ในตอนนั้นน่ะนะ ข้ารู้สึกร้อนรนอยากจะกลับมาที่โคลอสเซี่ยม แต่ไม่สามารถจะกลับได้เพราะจากค่ายเอลจิงเซลและโคลอสเซี่ยมนั้นห่างไกลกันมาก”

“อ่าว แล้วทันไมท่านถึงคิดจะกลับเมืองละครับ ท่านยัตสึมิรู้หรอครับว่าตอนนั้นน่ะเรื่องมันกำลังจะเกิดหรือเกิดขึ้นแล้ว”

คริสถามขึ้นด้วยความสงสัย

“หึ คำถามเจ้าเหมือนแทงใจดำข้าเลยนะ แต่ก็ฟังดูห่วงใยดี ข่าจะตอบให้ละกัน เจ้ารู้แล้วใช้มั้ยล่ะว่าข้าออกมาจากเมืองเมื่อสองปีที่ท่านเจ้าเมืองได้จดหมาย เพราะฉะนั้นข้าพบมันเมื่อปีที่แล้วถ้ารวมๆมันก็จะเลยมาประมาณ สี่ห้าปีแล้วละมั้ง ข้าอดคิดถึงพ่อแม่ไม่ได้ก็เลยอยากกลับแต่ก็จนปัญญาไงล่ะ”

“แล้วท่านยัตสึมิรู้ได้ยังไงอ่าคะ ว่าท่านเจ้าเมืองได้จดหมายในวันสถาปนา”

โซลถามด้วยความสงสัย

“ข้าลืมบอกเจ้าสินะ ว่าในจดหมายน่ะมันเขียนไว้ว่า ‘ส่งให้ ณ วันสถปนาเมืองครั้งที่หนึ่ง’ ”

“ -.- ทำไมโจรมันละเอียดงี้เนี่ย ถ้าโจรเป็นแบบนี้หมด คงไขปริศนาได้ง่ายๆเลยล่ะถ้าเป็นในสมัยนี้อ่ะ”

คิดพูดประชดโจรทั้งหลาย

“งั้นข้าขอตัวไปสำรวจบ้านเมืองเก่าของข้าหน่อยนะ คิดถึงจะแย่อยู่แล้วล่ะ ^^”

ยัตสึมิพูดแล้วก็เดินจากทุกคนไปทันที

“งั้นเราก็ลองสำรวจที่นี่หน่อยก็แล้วกันเนาะ ไหนๆก็ไหนๆละ^0^”

โซลกล่าวขึ้นอย่างร่าเริง

“ก็ดีเหมือนกันนะหาประสบการณ์ไปในตัวด้วย เนาะแนท^0^”

เพชรพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี

“อืม! แต่ว่านะถ้าไปเป็นกลุ่มอาจไม่เจออะไรดีๆก็ได้นะ ชั้นว่าเราจับคู่กันไปดีกว่าเนาะ ^o^”

แนทกล่าวขึ้นอย่างอารมณ์ดีไม่แพ้กัน

“ก็ดีนะ งั้นชั้นขอจับคู่ให้เองก็แล้วกันนะ คิด-คริส    ชั้น-ไอซิส    เพชร-แนท    วีอาเทียส-นิวทิร่า    เวอาเทียส-เกิ้ล โอเคมั้ย”

โซลกล่าวพร้อมจับคู่ในการสำรวจครั้งนี้

“นี่โซล ชั้นขอคู่กับเกิ้ลได้ป่ะอ่ะแล้วให้คริสไปคู่เวอาเทียสแทน ได้มะ *-*”

คิดกล่าวแบบปกติแต่ดูเหมือนกำลังอ้อนวอนสุดขีด

“แต่ชั้นว่านะ เราแยกเป็นสองกลุ่มดีกว่านะจะได้หาตัวกันไม่ยากไงล่ะ^^”

เกิ้ลกล่าวขึ้นอย่างร่าเริง

“ไม่เลวนะ กลุ่มละห้าคนใช่ป่ะ แบบนี้ดีเลย”

คิดกล่าวด้วยสีหน้ายินดีเมื่อได้ฟังคำนี้

“งั้นใครจะอยู่กับใครบ้างแยกเอาเลยนะจะได้ไม่ยาก”

เกิ้ลพูดขึ้นและทุกคนก็จัดการแยกกลุ่มกันเองทันที


ตอนนี้การจัดกลุ่มก็เรียบร้อยด้วยดีแต่ส่วนมากอยากอยู่กลุ่มสองซึ่งมีแนทอยู่ด้วยด้วยเหตุที่ว่าแนทมีอุปกรณ์ไฮเทคจากท่านเรอา บางทีอาจจะมีอะไรสนุกๆให้ทำ(ยายแนทเธอหลงเครื่องมือไฮเทคเกินไปมั้ง=w=)

“งั้นก็ได้ตามนี้สินะ กลุ่มแรกมีชั้น คิด วีอาเทียส เวอาเทียสและคริส =.= (ทำไมผู้หญิงไปโน่นหมดอ่ะ) =w= กลุ่มสองมีแนท เพชร โซล ไอซิสและนิวทิร่า -.- แบบนี้เป็นชายหญิงเลยละกันเนาะ-.-“

เกิ้ลพูดพร้อมบอกรายชื่อของบุคคลในกลุ่มต่างๆ

“งั้นเราแยกย้ายก็เลยเนาะจะได้ไม่เสียเวลา จะได้รีบสำรวจและเดินทางต่อเลย^^”

เพชรพูดขึ้น แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันสำรวจโคลอสเซี่ยมทันที


“โห ที่นี่สวยงามจังเลยเนาะเกิ้ล เหมือนกับพระราชวังหลวงเลยอ่ะ *-*”

คิดพูดด้วยความปราบปรื้มใจ

“ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่สถานที่ดูศักดิ์สิทธิ์ยังไงไม่รู้นะ”

“เอ๊ะ ยังไงหรอวีอาเทียส”

คริสถามวีอาเทียสด้วยความสงสัย

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ความรู้สึกข้ามันคิดเช่นนั้นน่ะ ข้าว่าเราสำรวจต่อไปดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา”

“อืม~”


“นี่ ไอซิส ทำไมเงียบจังพูดไรมั่งจิ”

โซลทักขึ้นทันทีที่เดินเงียบมานาน

“เอ่อ...ชั้นไม่มีอะไรจะพูดน่ะ”

ไอซิสตอบอย่างอ้ำอึ้งเพราะไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ

“อืม! พูดแค่นั้นกะดีแล้วล่ะแค่อยากได้ยินเสียง^^”

“-.- โซลเป็นเลสเบี้ยนหรอ=.=”

หลังจากที่ไอซิสถามคำถามนั้นกำโซลสายตาทุกคนต่างจับจ้องมาที่โซลทันที

“ = =; ปะเปล่าซะหน่อย ชั้นแค่ไม่ได้ยินเสียงเธอมานานอ่ะเลยกลัวที่จะจำไม่ได้ แหมแค่นี้ก็ว่าชั้นเลยนะ-.-“

“โซลมุมนั้นดูมืดๆนะ เราไปดูกันดีกว่า^.^”

แนทเรียกชื่อโซลขึ้นทันทีหลังจากที่มองเห็นมุมที่มืดๆของโคลอสเซี่ยมเพราะสงสัยว่าอาจมีอะไรน่าสนใจอยู่จุดนั้นก็เป็นได้

ทั้งห้าคนเดินตรงไปยังมุมมืดที่เจอทันที

“ไม่มีอะไรเลยอ่ะ (เพราะมองไม่เห็น)”

โซลพูดขึ้นด้วยความผิดหวัง

“เดี๋ยวสิ ลองใช้นาฬิกาดูเผื่อมีอะไรเกิดขึ้น ^_^”

แนทพูดพลางยกแขนของตัวเองขึ้นมาแล้วลองกดปุ่มมั่วๆไปที่นาฬิกา ปรากฏว่าบนจอของนาฬิกาก็ปรากฏตัวเลือกหลากหลายตัวเลือกขึ้นมา หนึ่งในนั้นคือสิ่งที่ทุกคนต้องการมากที่สุดในตอนนี้นั้นก็คือ ......ไฟฉาย!

“แนทกดเลือกไฟฉายเลยจะได้ส่องดูว่ามีอะไรในมุมนั้นรึเปล่าไง^o^”

เพชรพูดอย่างร่าเริงที่บวกกับความตื่นเต้น

แล้วแนทก็กดเลือกไฟฉายและส่องไปที่มุมมืดทันทีทั้งสี่คนมองเห็นแต่เพียงอย่างเดียวคือความว่างเปล่า โดยที่โซลใจจดใจจ่อตั้งใจมองไปที่มุมมืดอย่างเอาจริงเอาจัง

“ไม่เห็นมีอะไรเลยอ่ะ เราไปที่อื่นดีกว่าเนาะ”

แนทพูดขึ้นพลางกำลังจะปิดไฟฉายจากนาฬิกาของตน

“เดี๋ยวก่อนแนท สังเกตดีๆสิ ลองมองด้วยใจที่บริสุทธิ์ เธอจะเห็นอะไรบางอย่างเหมือนชั้น เธอลองดูดีๆสิ!...”

โซลพูดห้ามเพื่อนของตนไว้และพยามบอกให้ดูอะไรบางอย่างในมุมมืด

“ไม่มีอะไรนี่โซล ชั้นทั้งสี่คนไม่เจออะไรเลยนะ เธอตาฝาดรึเปล่าอ่ะ”

เพชรพูดขึ้นอย่างงุนงง

“ไม่หรอก ชั้นตาไม่ฝาดแน่ เพราะสิ่งที่ชั้นเห็นน่ะมันคือ...”

   สิ่งที่โซลไวท์ค้นพบนั้นคืออะไร ความหมายของความรู้สึกวีอาเทียสหมายความถึงอะไร โปรดติดตามอ่านต่อตอนหน้า...
The end of the chapter 19

usa10249
Jr. Member
**
กระทู้: 220


Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #512 เมื่อ: 01-11-2010, 17:35:58 »

สนุกจังเลยค่ะ



เครดิต GøøGle-KunG หรือผู้อาวุสโสของพวกเราค่า
usa10249
Jr. Member
**
กระทู้: 220


Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #513 เมื่อ: 01-11-2010, 17:37:31 »

แต่ละคนได้รับนักจากน้ำพุศักดิ์สิทธิ์

พิมพ์ผิดหรือเราไม่เข้าใจความหมายของมันอ่ะค่ะ



เครดิต GøøGle-KunG หรือผู้อาวุสโสของพวกเราค่า
GøøGle-KunG
Hero Member
*****
กระทู้: 10,361


ถึงเวลา ก็ขอให้โชคดีกะที่ใหม่


Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #514 เมื่อ: 01-11-2010, 17:44:43 »

อ้างจาก: usa10249 ที่ 01-11-2010, 17:37:31
แต่ละคนได้รับนักจากน้ำพุศักดิ์สิทธิ์

พิมพ์ผิดหรือเราไม่เข้าใจความหมายของมันอ่ะค่ะ
น้ำ- -

บทนี้ก็ใช้ได้แล้วล่ะ รอดูต่อไป-0-

และก็ ไม่ใช่ฉากฮาอย่าใช้อีโมชั่น

แค่นี้แหละนะ Smiley



บุย บอร์ดเก่า ไปให้พ้น บอร์ดใหม่
●♫•Kαnαмe Äi•♫●
Hero Member
*****
กระทู้: 2,201

คำคมที่เจ็บปวดที่สุด คือเธอมันแย่ที่สุด!


เว็บไซต์
Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #515 เมื่อ: 01-11-2010, 17:45:35 »

ใช่ค่ะพิมพ์ผิด-.-

รับทราบค่ะพี่เกิ้ล

แต่อ่านไวนะ-.-

No Name
Sr. Member
****
กระทู้: 1,803

คุณคือหนึ่งในหกพันล้านผู้แข็งแกร่งในโลกนี้


Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #516 เมื่อ: 01-11-2010, 19:14:58 »

Chapter 19 โคลอสเซี่ยม อดีตเมืองที่รุ่งโรจน์ ต้องเขียนแบบนี้เน้อให้จำเอาไว้ Smiley




กระสุนวงจักร!!! (คลั่งนารูโตะ= =)
● ρєтсн™
Hero Member
*****
กระทู้: 10,343


Rin Say : ฉันจะไม่ให้เธอเห็นน้ำตาของฉัน ..


Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #517 เมื่อ: 01-11-2010, 19:17:19 »

บอกอีกซักคำสิ เจออะไรอ้ะ =w="



Len Say : ผมจะรอไม่ว่าจะนานแค่ไหน!! จนกว่าเธอจะกลับมา
ผมจะเก็บรักษาจดหมายของเธอดั่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของผม
เอิร์ธคุงขอรับกระผม
Hero Member
*****
กระทู้: 8,586

กุเบื่อ...


Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #518 เมื่อ: 02-11-2010, 18:38:18 »

อุนจิ Evil สนุกมากจ๊ะ Smiley

●♫•Kαnαмe Äi•♫●
Hero Member
*****
กระทู้: 2,201

คำคมที่เจ็บปวดที่สุด คือเธอมันแย่ที่สุด!


เว็บไซต์
Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #519 เมื่อ: 04-11-2010, 18:14:39 »

ไม่บอกอ่ะ

ลุ้นๆ Evil

ออ เดี๋ยวนี้แนทยังไม่ว่างมาลงนะเคอะ

พอดีว่างานกีฬาภายในของโรงเรียนไกล้เข้ามาแล้วอ่ะ

ก็เลยต้องฝึกหนักหน่อย Evil


No Name
Sr. Member
****
กระทู้: 1,803

คุณคือหนึ่งในหกพันล้านผู้แข็งแกร่งในโลกนี้


Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #520 เมื่อ: 08-11-2010, 18:46:39 »

ดันๆ อยากอ่านต่อ Evil



กระสุนวงจักร!!! (คลั่งนารูโตะ= =)
●♫•Kαnαмe Äi•♫●
Hero Member
*****
กระทู้: 2,201

คำคมที่เจ็บปวดที่สุด คือเธอมันแย่ที่สุด!


เว็บไซต์
Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #521 เมื่อ: 08-11-2010, 18:48:35 »

เหอะๆ Evil

เด๋วลงให้ละกานนานๆจิว่าง Evil

รอซัก 24 ชม.

/ meโดนกระทืบ

●♫•Kαnαмe Äi•♫●
Hero Member
*****
กระทู้: 2,201

คำคมที่เจ็บปวดที่สุด คือเธอมันแย่ที่สุด!


เว็บไซต์
Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #522 เมื่อ: 08-11-2010, 21:21:52 »

ลงแล้วนะ Evil

_______________________________________________________________________________________________________________________________________

Chapter 20 การค้นพบ

“ไม่หรอก ชั้นตาไม่ฝาดแน่ เพราะสิ่งที่ชั้นเห็นน่ะมันคือ...มันคือมีดวิเศษในตำนานยังไงล่ะ!”

โซลพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น และรีบยื่นมือเข้าไปหยิบสิ่งที่ตนเห็นออกมาทันที

สิ่งที่ทุกคนเห็นทำให้ทุกคนเชื่อขึ้นมาทันทีว่าสิ่งที่โซลเห็นนั้นตาไม่ฝาดเพราะสิ่งนั้นคือมีดวิเศษในตำนานจริงๆ!

“ว๊าว โซลจังเจออาวุธในตำนานแล้วอ่า โชคดีจัง^o^”

แนทพูดขึ้นอย่างกวนๆ

“ = = แนทเปลี่ยนนิสัยอีกรอบแล้วงิ”

เพชรพูดขึ้นอย่างงงๆ

“แหมๆอารายกาน ชั้นไม่ได้เปลี่ยนเลยนะ ชั้นก็เป็นของชั้นงี้แหละ เหอๆ”

“= =*”

“ยังไงเราก็เจออาวุธในตำนานแล้วเรารีบกลับไปหาพรรคพวกของเราดีกว่านะเดี๋ยวจะเสียเวลาในการเดินทางไปซะเปล่า”


นิวทิร่าพูดขึ้นอย่างใจเย็น

“อืม!~”

ทุกคนขานรับทันที


“นี่วีอาเทียส ชั้นว่าเราก็สำรวจมามากแล้วนะ เรากลับไปหาพรรคพวกดีกว่ามั้ย เดี๋ยวจะเสียเวลาซะเปล่าอ่ะ”

เกิ้ลบอกกับวีอาเทียสเพราะสำรวจโคลอสเซี่ยมอยู่นานมาก

“อืม ข้าว่าก็ดีเหมือนกัน ที่นี่มันดูศักดิ์สิทธิ์เกินคาด อาจมีสิ่งปกป้องอยู่ก็ได้”

วีอาเทียสพูดพลางเดินนำหน้าทุกคนเพื่อหาทางกลับไปที่กลุ่มอากามิทันที


“ทุกคนๆ!ดูนี่สิ ทายซิว่าชั้นเจออาราย^o^”

โซลพูดอย่างร่าเริงทันทีที่วิ่งมาถึงกลุ่ม

“...”

“เจ้าเจออะไรหรอโซล”


หลังจากที่ทุกคนนั่งเงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรเสียงของชิร่าก็ดังขึ้น

“เหอะๆ แต่นแต๊นแต๊น~! ชั้นเจอมีดวิเศษในตำนานไงล๊า!”

“หา!”


ทุกคนอุทานขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

“แล้วเจ้าเจอที่ไหนหรอโซล”

โมโน่ถามด้วยความสงสัย

“ชั้นเจอในมุมๆหนึ่งในโคลอสเซี่ยมนี่แหละจ๊ะ^o^”

“ยินดีด้วยนะโซลในที่สุดก็เจออาวุธในตำนานจนได้...”

“เกิ้ลจัง มาตั้งแต่เมื่อไหร่อ่า ขอบคุณนะ^^”

“สิ่งนี้นี่เองสินะที่ทำให้ข้ารู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของโคลอสเซี่ยมน่ะ”


วีอาเทียสพูดขึ้นทันทีที่เห็นมีดวิเศษของโซล

“อืม~พึงพอใจกันพอรึยัง...ถึงจะเจอแล้วแต่ก็ยังเหลืออีกถึงสามชิ้นเชียวนะ”

อากามิค่อยๆลุกขึ้นจากที่นั่งและพูดกับทุกคน

“งั้นก็แสดงว่าเราควรจะออกเดินทางกันต่อแล้วใช่มั้ยคะท่านอากามิ^o^”

แนทถามขึ้นทันทีที่อากามิพูดจบ

“ยังหรอกพวกเจ้าคงคิดว่าใช้เวลาในการสำรวจน้อยละสิ พวกเจ้าสำรวจโคลอสเซี่ยมน่ะใช้เวลาไปถึง 3 ชั่วโมงเลยนะ เพราะฉะนั้น เราจะต้องทานข้าวให้อิ่มก่อนถึงจะเดินทางต่อได้”

*0*

“นานขนาดนั้นเรย =.= งั้นพวกเราขอตัวไปทานอาหารก่อนนะครับ”


คริสพูดขึ้นแล้วทุกคนก็เดินไปยังที่เก็บเสบียงเคลื่อนที่ทันที

...20นาทีผ่านไป...

“อิ่มจังเรย”

แนทพูดขึ้นพลางรีบหยิบน้ำขึ้นมาดื่มหลังทานเสร็จทันที

“ยังไงก็อิ่มแล้วเรารีบเก็บของเตรียมเดินทางดีกว่าเนาะเดี๋ยวจะไม่ทันการ”

คิดพูดพลางเตรียมของของตัวเองใส่เป้ทันที

...10นาทีผ่านไป...

ทั้งสิบคนหลังจากเก็บของเรียบร้อยก็ไม่รอช้ารีบเดินมุ่งหน้ามาทางกลุ่มของอากามิทันที

“พร้อมเดินทางแล้วรึ เหล่าผู้กล้า”

อากามิถามทุกคน

“ครับ/ค่ะ”

ทุกคนขานรับอย่างเข้มแข็ง

“งั้นเราออกเดินทางกันต่อเลยนะ จะได้ไม่เสียเวลา”

หลังจากอากามิพูดจบทุกคนก็เริ่มออกเดินทางกันต่อทันที

ในขณะนี้ทุกคนยังเดินทางไปยังทิศตะวันออกเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย โดยมีความหวังแค่ว่าจะต้องได้เจออาวุธในตำนานอีกสามชิ้นที่เหลืออย่างแน่นอน...


…2 ชั่วโมงผ่านไป…

ทุกคนเดินทางมาเรื่อยๆหลังจากออกจากโคลอสเซี่ยมได้สองชั่วโมงก็เข้าสู่เขตของป่าไม้ ทุกคนคงคิดว่าป่านี้จะอุดมสมบูรณ์สินะ แต่ไม่เลยทันทีที่นักรบทุกคนย่างกายเข้าสู่เขตของป่าแห่งนี้ กลิ่นไอความมืดมีความแรงกล้า กลิ่นนั้นน่าสยดสยองชวนขนลุก รอบๆเต็มไปด้วยตอไม้ที่โดนตัดจ

“ที่นี่มันแปลกๆนะ”

เกิ้ลเอ่ยขึ้นคนแรกทันทีที่ย่างกายเข้ามาสู่ป่าแห่งนี้

“อืม ชั้นก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันนะ มันดูวังเวงเกินป่าอ่ะ”

โซลพูดพลางกวาดสายตาไปมองรอบๆ

“ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหนเลยนี่น๊า..”

ไอซิสพูดแทรกขึ้น

“นั่นสินะก็ไอซิสเป็นเวทย์มืดอยู่แล้วนี่น๊า จะกลัวความมืดได้ยังไง”

แนทพูดขึ้นมาอย่างอึ้งๆนิดๆ

“ทุกคนจับกลุ่มกันไว้นะ อย่าได้เดินออกห่างจากกลุ่มเด็ดขาด เพราะหมองหนาขนาดนี้หากใครหายตัวไปแล้วมีโอกาสน้อยที่จะเจอตัวเพราะฉะนั้นอย่าขัดคำสั่งเด็ดขาด!”

อากามิตะโกนสั่งเสียงเข้ม

“เอาล่ะ!ท่านอากามิออกคำสั่งมาแล้ว อย่าขัดคำสั่งนะ เพราะนี่คือความปลอดภัยของทุกคน!”

รีโอน่าตอกย้ำทุกคน

“ค่ะ/ครับ!”

ทุกคนตอบรับทันที

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!”

เสียงหญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มร้องขึ้นอย่างตกใจ เสียงของเธอดังกังวานไปทั่วป่า ทำให้ทุกคนต้องหันหน้ากลับมามองทันที

“หา!”

ทุกคนอุทานขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้อง

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!”

อากามิตะโกนอย่างตกใจแล้วรีบวิ่งมาแถวด้านหลังทันที


“มะ...มีใครบางคนในกลุ่มเราหายตัวไปค่ะ..”

แนทพูดอย่างสั่นกลัว

“งั้นพวกเจ้าลองสำรวจดูซิว่าใครหายตัวไปกัน!”

อากามิพูดอย่างร้อนรน

“งั้นลองเช็คแต่ผู้หญิงละกันนะ  โซล แนท ไอซิส นิวทิร่า เพชร...เอ๊ะ! เพชร เพชรหายตัวไป!”

คิดเช็คคนและตะโกนขึ้นอย่างตกใจ

“หา! เพชรหายตัวไปงั้นหรอ แล้ว...แล้วเพชรหายตัวไปได้ยังไงกันล่ะ”

โซลพูดขึ้นอย่างตกใจ

“หึ หึ หึ ฮ่าๆๆๆ/!/ ตามหายัยคนนี้อยู่งั้นหรอ?”

เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้ทุกคนสะดุ้ง และหันไปทางต้นเสียงทันที

ที่มาของเสียงเป็นหญิงสาวน่าตาสละสวยเส้นผมสีไข่ปลอกยาวสลวยด้านหน้าเป็นหน้าม้าปล่อยออกด้านข้างนิดหน่อยดูน่ารักคาดด้วยผ้ามัดผมสีดำแต่งกายด้วยชุดกระโปรงสีดำขาวแขนยาวสวยงาม สวมรองเท้าบูทสีดำขาวและมีปีกสีดำด้านหลังแสดงถึงความเป็นปีศาจอย่างเต็มที่ และมือข้างซ้ายนั้นกำลังบีบคอเพชรและชูขึ้นสูงอยู่!


      พวกเขาเพิ่งจะได้อาวุธในตำนาชิ้นใหม่มาแท้แต่ปีศาจตนใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้นซะนี้ ชะตากรรมพวกเขาจะเป็นอย่างไร แล้วเพชรจะรอกหรือไม่ โปรดติดตามอ่านต่อตอนหน้า...
The end of the chapter 20



GøøGle-KunG
Hero Member
*****
กระทู้: 10,361


ถึงเวลา ก็ขอให้โชคดีกะที่ใหม่


Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #523 เมื่อ: 08-11-2010, 22:32:33 »

ปล่อยเพชรไปได้งายยยย ชียิ่งอินโนเซ้นอยู่T[]T

โอเค เข้าเรื่อง

วันนี้ไม่มีอะไรจะแนะนำมาก(เพราะยังไม่ถึงฉากต่อสู้ทีกำลังเพ่งเนื้อหาอยู่) แนทสังเกตมั้ย อย่างเช่น

อ้างถึง
" = = แนทเปลี่ยนนิสัยอีกรอบแล้วงิ”

เพชรพูดขึ้นอย่างงงๆ

“แหมๆอารายกาน ชั้นไม่ได้เปลี่ยนเลยนะ ชั้นก็เป็นของชั้นงี้แหละ เหอๆ”

“= =*”

“ยังไงเราก็เจออาวุธในตำนานแล้วเรารีบกลับไปหาพรรคพวกของเราดีกว่านะเดี๋ยวจะเสียเวลาในการเดินทางไปซะเปล่า”

นิวทิร่าพูดขึ้นอย่างใจเย็น


ETC.

สังเกตได้เลยว่า ตอนฉากสนทนากันในหมู่ตัวละครมากๆ แนทจะใช้แค่ว่า

"xxx" A พูดขึ้น
 
"xxx" B พูดขึ้น

เวลาบรรยายดว้ยคำว่า "พูด" ในฉากที่ตัวละครสนทนาอยู่อย่างเดยีว มันจะไม่ลื่น ไม่ไหลได้ดี

แนะนำให้ใช้2วิธี

1.ใช้คำว่า

" เอ่ยขึ้น กล่าว " จำพวกนี้

หรือ

2.อาจจะไม่ต้องแสดงกิริยา แต่เป็นบรรยายเพิ่มดูว่า

"xxx" น้ำเสียงของA ดู(เศร้าๆ)

"xxx" คำที่Aกล่าวขึ้น ดู(ไม่น่าฟังเอาเสียเลย)

อันที่จริงมันก็ขึ้นอยู่กับว่า ไม่ควรให้ไอคำบรรยายว่า "พูด เอ่ย กล่าว" มันิตดๆกันเพราะจะดูไม่ลื่นไหล

อาจจะสลับกันใช้กับวิธีที่2 กับวิธี1ก็ได้ ไม่ก็พ็อตเรื่องให้ผลัดสนทนา ผลัดทำอย่าองื่น จะดีขึ้น ลองเอาปรับปรุงดูนะ

ส่วนแก่นสารเรื่องก็ใช้ได้แล้วจ้ะ พัฒนาขึ้น สีก็ใช้ต่อไป อ่านง่ายดี สู้ๆ-0-/

ป.ล.อยากให้ถึงฉากต่อสู้เร็วๆจัง=w=




บุย บอร์ดเก่า ไปให้พ้น บอร์ดใหม่
●♫•Kαnαмe Äi•♫●
Hero Member
*****
กระทู้: 2,201

คำคมที่เจ็บปวดที่สุด คือเธอมันแย่ที่สุด!


เว็บไซต์
Re: [Fiction] เรื่อง "อภินิหารมงกุฎทองคำ"
« ตอบ #524 เมื่อ: 08-11-2010, 22:35:37 »

นึกว่านอนหมดแล้วง่ะ-.-

ขอบคุณที่แนะนำเพิ่มเติมค่ะ Smiley

ป้าย:
หน้า: 1 ... 33 34 [35] 36 37 ... 41