ประวัติศาสตร์ฉบับยาว (ผมไม่ได้เขียนนะ)
นานแสนนานมาแล้ว…
แรกเริ่มแต่เดิมทีนั้น โลกมีแต่เพียงความมืดมิดและว่างเปล่าปราศจากสรรพสิ่งใด ไม่มีแผ่นฟ้า พื้นน้ำ หรือแม้กระทั้งแผ่นดิน เป็นแค่มวลอากาศที่ไร้ชีวิตชีวา มหาเทวีแห่งแสง ลูซิสได้รู้สึกเบื่อต่อความว่างเปล่าและกาลเวลาอันเป็นนิรันดร์จึงได้ชักชวนบรรดาเทพทั้งหลายซึ่งนำโดย เทพีแห่งลมเวนทัส ,เทพแห่งปฐพีเทอร์ร่าห์ และเทพีแห่งน้ำอควา ยกเว้นแค่ องค์มหาเทวีแห่งความมืดอาทรัมเพียงองค์เดียวที่ไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยเพราะนางรู้สึกว่าเป็นแบบนี้ดีอยู่แล้ว แต่กระนั้นเทพองค์อื่นหาได้สนใจไม่ องค์มหาเทวีลูซิสได้ตรัสขึ้นว่า “จงมีแสงสว่าง” ลูซิสได้มอบแสงสว่างให้กับโลก โดยผิดใจกันกับมหาเทวีแห่งความมืดอาทรัม ทุกวันองค์มหาแห่งแสงลูซิสจะต่อสู้กับองค์มหาแห่งความมืดอาทรัม ช่วงที่ลูซิสชนะโลกจะเป็นกลางวัน ถ้าแพ้จะเป็นกลางคืน ตอนกลางคืนจะมองเห็นร่างที่บาดเจ็บของลูซิสส่องประกายเต็มท้องฟ้า(หมู่ดาว) เนื่องจากมหาเทวีแห่งแสงลูซิสกับมหาเทวีแห่งความมืดอาทรัมเป็นเทพที่เป็นอมตะจึงไม่สามารถปลิดชีพกันได้
การต่อสู้ใช้ดำเนินไปต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งวันหนึ่งที่อาทรัมนั้นเริ่มสนใจโลกที่สร้างใหม่มากขึ้น และเหนื่อยกับการสู้รบกับลูซิสผู้มีพลังเท่าเทียมกัน จึงตกลงกันว่าจะแบ่งช่วงเวลาดูแลโลกกัน โดยลูซิสจะดูแล 14 ชั่วโมง และ อาทรัมจะดูแล 10 ชั่วโมง เหล่าบรรดาเทพที่เหลือก็ได้ช่วยกันสร้างโลกให้สมบรูณ์ เทอร์ร่าห์ เนรมิตผืนดินยาวสุดลูกหูลูกตา และสร้างเหล่าพรรณพืช ต้นไม้ ใบหญ้า อควาเนรมิตผืนน้ำ และสร้างเหล่าหมู่สัตว์น้ำ เวนทัสแบ่งร่างออกเป็นสี่ เคลื่อนที่ไปสี่ทิศทางอย่างไม่รู้จบ เติมเต็มจิตวิญญาณให้กับก้อนหิน ต้นไม้ใบหญ้า อิกนัสได้จุดไฟ เผาหลอมดิน ก้อนหินและต้นไม้ เกิดเป็นร่างของเหล่าสรรพสัตว์โดยมีจิตวิญญาณที่เวนทัสมอบให้
แต่ลูซิสผู้รู้สึกว่าโลกยังขาดอะไรบางอย่าง โลกที่มีแผ่นฟ้า พื้นน้ำ แผ่นดิน “ถึงมันจะมีวัฎจักรของมันแต่มันก็เงียบเหงาจนเกินไป ข้ารู้สึกว่ามันไม่ต่างจากเมื่อก่อนเท่าไรนัก” จึงได้ปรึกษากับเหล่าเทพองค์อื่น ว่าควรทำอะไรบางอย่างกับโลกที่พวกเขาได้สร้างขึ้น อาทรัมจึงเสนอว่า “ด้วยพลังอำนาจและสติปัญญาของเหล่าทวยเทพอย่างพวกเรา ถ้าเราสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาขึ้นมาให้อาศัยในโลก ก็น่าจะทำให้โลกใบนี้มีอะไรน่าสนใจขึ้นมาบ้าง” เหล่าเทพทั้งสี่จึงได้สร้าง “เอลฟ์” โดยจำลองแบบมาจากพวกตนเอง และเป็นเอลฟ์ตนแรกที่ได้กำเนิดขึ้นบนโลก ซึ่งเหล่าเทพก็ได้มอบหน้าที่ให้แก่ เอลฟ์ ปกครองโลกในฐานะตัวแทนเทพ
ต่อมา อาทรัม จึงสร้างสิ่งมีชีวิตหนึ่งขึ้นมา และมอบปัญญาอันเฉลียวฉลาดให้กับพวกเขา เธอมอบร่างกายที่มีผิวหนังแข็งประดุจเกราะเหล็ก ดวงตากลมโต เขี้ยวอันแหลมคมและพละกำลังอันมหาศาล “มังกร”จึงได้กำเนิดขึ้นมา ด้วยความประสงค์ของนาง
“มังกร”นั่นต่างจากสัตว์ทั่วๆไป พวกเขามีจินตนาการ มีความอยาก และมีความสามารถในการสร้างสรรสิ่งใหม่ๆ รวมถึงยังรับรู้ถึงการมีอยู่ของเหล่าเทพได้อีกด้วย
เทพองค์อื่นเมื่อเห็นเทวีแห่งความมืดสร้างสิ่งน่าสนใจอย่าง ซอร์เรี่ยนขึ้นมา ก็เลยทำตามประสงค์ของตัวเองขึ้นบ้าง
เทอร์ร่าห์เนรมิตสร้างชาวออค ผู้มีร่างกายแข็งแกร่งประดุจหินผา สร้างชาวสมิงผู้มีชีวิตผูกผันกับผืนดินและทุ่งหญ้า เวนทัสสร้างชาวเอล์ฟ ผู้งดงามคล่องแคล่ว และยังได้แบ่งพลังกว่าครึ่งของนางให้กับพวกเขาเหล่านั้นด้วย อิกนัสเริ่มแรกไม่กล้าใช้พลังของตนสร้างอะไรขึ้นมา จึงได้ไปขอยืมพลังของเทวีแห่งความมืดมากึ่งนึง ให้กำเนิดเป็นกอบบลินขึ้นมา แต่อิกนัสไม่พอใจกับกอบบลินที่รูปร่างแคระแกรน และมีผิวกายภายนอกอัปลักษณ์เยี่ยง”มังกร” เขาจึงใช้พลังของตัวเองสร้างคนแคระขึ้นมาอีก และมอบพลังแห่งไฟรวมไปถึงปัญญาแห่งการประดิษฐ์ให้กับพวกเขา
แต่ อควาหามิได้สนใจในการสร้างผู้มีปัญญาใดๆ ขึ้นมาเลย
ในขณะที่เทพทุกๆ องค์กำลังเพลินกับการสร้าง สิ่งมีปัญญานั้น ลูซิสผู้เหนื่อยหนาย นางตระเวรดูผลงานของเทพองค์ต่างๆ จดจำข้อดี ข้อเสียของแต่ละเผ่ามา และพยายามจะสร้างผู้สมบูรณ์แบบตามแบบฉบับของนางเอง
นางปั้นร่างของพวกเขาขึ้นมาจาก ดินของเทอร์ร่าห์ มอบความสามารถแห่งการประดิษฐ์ด้วยสะเก็ดไฟแห่งอิกนัส แต่นั้นก็ทำให้พวกเขาทำได้เพียงเครื่องมือจากก้อนหินง่ายๆ มอบจิตวิญญาณด้วยเสี้ยวหนึ่งของเวนทัส ทำให้พวกเขานั้นจำต้องดำรงวิญญาณเอาไว้ด้วยสายลม ชุบเลี้ยงพวกเขาด้วยร่างของ เทพีแห่งน้ำ ทำให้พวกเขาเหล่านั้นต้องผูกพันกับสายน้ำ นางมอบปัญญาอันแหลมคมแบบที่”มังกร”มี ด้วยพลังของเทวีแห่งความมืด
และท้ายที่สุด นางก็ทำให้มนุษย์มีนิสัยคล้ายกับนางที่ชอบสร้างสรรค์สรรพสิ่ง ไม่หยุดนิ่ง มนุษย์ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา
ซึ่งเอลฟ์ที่เรืองอำนาจและปกครองโลกในฐานะตัวแทนเทพในความสงบมาตลอด จนกระทั่งเหล่ามังกรได้สร้างเสริมกำลัง ขยายอำนาจจนทั่วทวีปทางเหนือ กลายเป็นอาณาจักรอำนาจใหญ่ “ซอร์เรี่ยน”
ต่อมาสองขั้วอำนาจ “เอลฟ์” ที่อยู่ทางใต้ และ “ซอร์เรี่ยน”ที่อยู่ทางเหนือ ได้ขยายอิทธิพลในโลกได้ยิ่งใหญ่ทัดเทียมกัน ได้เกิดการปะทะกัน ทำให้โลกช่วงนั้นเกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ลูซิล ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหล่าเอลฟ์ทำให้อาทรัมไม่พอใจจนกลายเป็นสงครามระหว่างเทพทั้งสองขึ้น
สงครามดำเนินต่อเนื่องยาวนาน เพราะเทวีทั้งสองต่างก็เป็นอมตะทั้งคู่ จนกระทั่ง ลูซิสได้คิดวิธีการเอาชนะอาทรัมได้ ในการต่อสู้ครั้งหนึ่ง ลูซิลเอาชนะอาทรัมและได้แบ่งร่างของนางออกเป็นเจ็ดส่วน แลัวทิ้งลงแผ่นดิน และทะเลทำให้อาทรัมถูกกระจายพลังออกจนคืนชีพไม่ได้ จากการปะทะของเหล่าเทพด้วยกันครั้งนี้ เหล่าเทพตัดสินใจที่จะเลิกยุ่งเกี่ยวกับโลกอีก…
“ซอร์เรี่ยน”เมื่อขาดการช่วยเหลือจากอาทรัมจึงต้องถอยร่นไป แต่สงครามครั้งนั้นก็ทำให้เผ่าพันธุ์เอลฟ์เหลือจำนวนน้อยมาก พวกเอลฟ์ตายเกือบหมดในสงคราม ส่วนที่เหลืออยู่ก็ตัดสินใจทำตัวเหมือนเหล่าเทพ หลบเร้นหนีไปยังที่ที่ไม่มีใครพบ
เมื่อขาดขั่วอำนาจใหญ่ทางใต้แล้ว ออคจึงเรืองอำนาจต่อจากเอลฟ์ ด้วยที่มีพละกำลังแข็งแกร่งกว่าใคร และมีจำนวนมาก อาณาจักรออคโบราณ จึงกำเนิดขึ้น แล้วเผ่าพันธุ์ใดๆที่อยู่ทางใต้ก็ตกอยู่ใต้การปกครองของ ออค ทั้งสิ้น หนึ่งในนั้นก็คือ “มนุษย์” ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงชนกลุ่มน้อยที่กระจัดกระจายกันอยู่ ซึ่งบางส่วนก็ถูกจับนำมาเป็นทาสใช้แรงงานให้แก่พวกออค
อาณาจักรออคนั้นรุ่งเรื่องและขยายอิทธิพลอย่างรวดเร็ว แต่เวลารุ่งเรื่องของออคก็มีเวลาไม่นานนัก เมื่อเหล่ากองทัพของซอร์เรี่ยนที่ถอยร่นไปในสงครามครั้งก่อนได้กลับมาเข้ารุกรานอาณาจักรทางใต้อีกครั้ง ก่อนต่อสู้เกินเวลานานยืดเยื้อยาวนาน เพราะอาณาจักรออคมีกำลังเข้มแข็งมาก ทำให้กองทัพของซอร์เรี่ยนต้องแตกพ่ายถอยกลับไปอีกครั้ง
แต่อาณาจักรออคก็เสียหายไปไม่น้อย อีกทั้งประสบกับโรคระบาดและฤดูกาลที่แห้งแล้งยาวนาน จึงทำให้พวกออคอ่อนแอ่ลงมาก เวลานั้นเองได้มีมนุษย์ผู้หนึ่งได้รวบรวมสมัครพรรคพวก จนเกิดเป็นกองกำลังปลดปล่อยอิสระภาพ ได้เข้าตีอาณาจักรออคจนแตกพ่ายไป จนต้องหนีหายไปอย่างลึกลับ
และมนุษย์ผู้นั้นก็กลายเป็นปฐมราชาคนแรกของอาณาจักรมนุษย์ ต้นราชวงศ์เซราฟิม ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้สืบสายเลือดครึ่งหนึ่งจากเอลฟ์ ต่อมาอาณาจักรแห่งนี้ถูกเรียกว่า “แองเจลเลีย” และนี้เป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าแรกของมนุษย์…
บทนำ
ณ ที่ซ่อนตัวของซอร์เรี่ยนตัวหนึ่ง
ซอร์เรี่ยน: หือ!? นั้นใครนะ!?
ลูกตาของอาทรัม: (พูดในกระแสจิต) เงียบซะ! ข้าได้กลับมาแล้ว!... อย่างน้อยก็ตาของข้าอะนะ
ซอร์เรี่ยน: ทะ-ท่านคือ!?!
ลูกตาของอาทรัม: ใช่แล้ว.. ข้าคืออาทรัม. และในเมื่อข้ายังไม่มีร่างกายเจ้าจึงต้องรับใช้ข้า
ซอร์เรี่ยน: ท่านหมายความว่ายังไง!? อะ-อ้าก!!! (ถูกอาทรัมสิง)
อาทรัม: ถึงเวลาที่พวกมนุษย์กับเอลฟ์ต้องชดใช้แล้ว...
ความแตกต่างการ Roleplay กับการแต่งต่อ
1. Roleplay เขียนแค่บทของตัวละครเรา
2. เราไม่มีสิทธิ์ควบคุมผู้อื่นยกเว้นถ้าผู้นั้นไม่ใช่ตัวละครหลัก
3. เราไม่แต่งให้พลังเกินบท
ตัวอย่าง: หลังจากที่เฟียร์ได้สังหารน่อถูลงไป. เหล่าหนูก็เผ่นโดยไม่คิดชีวิต
ฟอร์ม
ชื่อ-นามสกุล//
ชื่อเล่น//
อาชีพ//
นิสัย//
เพศ//
ลักษณะ//