GAMEINDY: Asura Online
หน้า: 1 ... 336 337 [338] 339 340 ... 1171
ผู้เขียน หัวข้อ: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)  (อ่าน 306862 ครั้ง)
pooh_bie
Hero Member
*****
กระทู้: 2,108

ก็คนมันขี้เหงาอ่า !!~


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5055 เมื่อ: 17-02-2009, 21:17:15 »

Smiley  ไปตั้งใจอ่านหนังสือ   (ทำได้ป่าวหว่า)   Smiley

Communication Arts-
Hero Member
*****
กระทู้: 2,584


•‘ BlackBerry ’•


เว็บไซต์
Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5056 เมื่อ: 17-02-2009, 22:28:34 »

 Wink

~*•<VบวuกาSกS:โป่€IsuIจOร์>•*~
เอมิโกะ ฮิคารุ
Sr. Member
****
กระทู้: 1,214


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5057 เมื่อ: 17-02-2009, 23:06:30 »


じ GreenTea `☆
Sr. Member
****
กระทู้: 1,329


เว็บไซต์
Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5058 เมื่อ: 17-02-2009, 23:10:06 »

อ้างจาก: เอมิโกะ ฮิคารุ ที่ 17-02-2009, 23:06:30



ถึงว่า พี่เอมาขอลายเซ็นกุ้งทำไม

มันอย่างนี้นี่เอง

2odiax
Hero Member
*****
กระทู้: 2,246

My Girl & I ~*


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5059 เมื่อ: 17-02-2009, 23:10:34 »

หนูรับรูปข้างบนไม่ได้  มันไม่จริ๊ง     Cry Cry Cry Cry Cry

อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่ 'เฝ้ารอ'
pooh_bie
Hero Member
*****
กระทู้: 2,108

ก็คนมันขี้เหงาอ่า !!~


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5060 เมื่อ: 17-02-2009, 23:55:40 »

อ้างจาก: เอมิโกะ ฮิคารุ ที่ 17-02-2009, 23:06:30


 Shocked Shocked Shocked ไม่น่าเชื่อ - -   Shocked Shocked Shocked



pooh_bie
Hero Member
*****
กระทู้: 2,108

ก็คนมันขี้เหงาอ่า !!~


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5061 เมื่อ: 17-02-2009, 23:56:50 »

Smiley Smiley  พู ไปนอนก่อนนะค่ะ บัยบาย  ฝันดีนะค่ะทุกคน   Smiley Smiley

ZelentinZiza~*
Jr. Member
**
กระทู้: 202

เด๋อน้อย ของ Freedom~*


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5062 เมื่อ: 18-02-2009, 00:22:12 »

อ้างจาก: เอมิโกะ ฮิคารุ ที่ 17-02-2009, 23:06:30


ช่ายเรยยยย โดนใจช้านเรยยย~*

นี่แหละ Freedom's Angels ของจริง!!  Smiley  Smiley
oOAlohaOo
Full Member
***
กระทู้: 903

ยังเหมือนเดิม


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5063 เมื่อ: 18-02-2009, 00:36:55 »

นอนดิก่า ไม่รู้ไม่เหนไรทั้งนั้น laugh
เอมิโกะ ฮิคารุ
Sr. Member
****
กระทู้: 1,214


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5064 เมื่อ: 18-02-2009, 00:59:12 »

นอนแระนะจ๊ะ
บะบุย

๓$hoty~๓
Full Member
***
กระทู้: 797

. . .


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5065 เมื่อ: 18-02-2009, 01:35:57 »

อ้างจาก: เอมิโกะ ฮิคารุ ที่ 17-02-2009, 23:06:30





ทำไม วันเดอร์ เกิล มัน มี ชื่อ ยาย ๆ ข้างล่างหว่า

อบ่าบอก นะ เปรียบเทียบ ความสวย

รับไม่ได้ ศีล ข้อ ที่ 5 แตก กระจาย

ปล. เอ เธอเล่น ขวัญใจเราเลยนะ  Cry Cry Cry



NooKKy
Sr. Member
****
กระทู้: 1,641


*_เกเร ได้ใจ_*


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5066 เมื่อ: 18-02-2009, 02:02:38 »


กลับมาแล้วจร้า ที่จริงกลับมาถึงบ้านประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆแระ แต่เก็บนู้นเก็บนี่อยู่ กว่าจะเสร็จ เหนื่อยมั๊กมาก

พอเก็บเสร็จก็มาออนเอ็ม ดันมาเจอ อ้ายคุงโต็ด อ้ายคุงเอิท ยัยป่าน นู๋เม ดักตีหัวที่เอ็มอีก ตอบไม่ทัน งง ไปหมดใครเป็นใคร เลยจำมายำรวมกันหมดเลย

เด๋วไว้จะเอารูปที่ไปเที่ยวมาลงให้ดูน๊า แต่ตอนนี้ขอแก้ข่าวนิสนุง ไม่ได้ไปดูคอนเสริต์โต๋ ของ โต๋จัดที่กรุงเทพฯง่ะ พอดีเปลี่ยนกระทันหันเลยบอกม่ะทัน

ไป ปาย เพราะ ไปดูคอนเสริต์ รักจัดปาย หรือ Love Fest Love Memory Concert จร้า

 Smiley Smiley Smiley

ยังไงก็ ขอ HaPPy Valentine ย้อนหลังด้วยคนน๊า

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับความรักในแบบที่ตัวเองเลือกจร้า

 รัก รัก รัก

ลายเซนต์ที่เค้าส่งมาให้ ถึงไวดีมั้ย เอมี่

 laugh laugh laugh

New !!! Error
Jr. Member
**
กระทู้: 409

อยากคิดว่าตัวเอง เจ๋ง ?


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5067 เมื่อ: 18-02-2009, 02:17:09 »

อ้างจาก: เอมิโกะ ฮิคารุ ที่ 17-02-2009, 23:06:30

เหอ ๆ ๆ

น่าสงสารตัวจริงเนอะ.........อิอิ

ไว้เราจะได้พบกัน ...
NooKKy
Sr. Member
****
กระทู้: 1,641


*_เกเร ได้ใจ_*


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5068 เมื่อ: 18-02-2009, 04:54:00 »


เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยครั้งแรกเมื่อตอนที่ผมไปทำสกู๊ปเรื่องหนึ่งที่พัทยา
หลังจากสัมภาษณ์กับแหล่งข่าวเสร็จ พวกเราทั้งหมดนั่งรถตู้ฝ่าความมืดของถนนลูกรังและทุ่งหญ้าเพื่อกลับไปยังที่พักในเมือง
ระหว่างนั้น   แหล่งข่าวเล่าเรื่องราวต่างๆ ของเพื่อนเขาให้ฟัง หนึ่งในเรื่องนั้นที่เราตั้งใจฟังมากที่สุดก็คือ
เรื่องของ  น้องเซนซ์
                                                 
“เคยดูหนังผีกันไหม ผีต้องออกมากลางคืนใช่มั้ย แล้วมีหมาหอน ผีในหนังจะตัวขาวๆ ผมยาวๆ ใช่มั้ย
และพอเช้าผีก็จะหายไปใช่มั้ย ลืมเรื่องพวกนี้ไปเลย ไอ้เซนซ์มันบอกผมว่า ผีมีทุกเวลา อยู่ในทุกที่
ในห้างฯ กลางวันแสกๆ มันยังเจอเลย”
 
แหล่งข่าวพยายามทำเสียงทุ้มต่ำเพื่อให้เรื่องฟังดูน่ากลัวที่สุด ซึ่งมันก็ได้ผลกับคนรอบข้างทีเดียว แต่ไม่ ใช่ผม
ไอ้เราก็ไม่ค่อยเชื่อหรอกว่ามันจะเห็นจริงๆ แต่มีครั้งนึงที่เล่นเอาขนลุกเลย
คืนนั้นไปนั่งกินหมูกระทะกัน     มีเซนซ์   พี่สาวเขา โยกับแฟนโย แล้วก็เรา นั่งกินกันอยู่ดีๆ เซนซ์มันก็หน้าซีด
ขึ้นมาซะงั้น เราก็เฮ้ย!   เห็นไรป่าววะ
สักพักเซนซ์มันก็เดินไปหาเจ้าของร้านบอกว่าให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลบ้าง เจ้าของร้านก็ นิ่งไปนิด
แล้วบอกว่าพักนี้ไม่ค่อยมีเวลาเลยไม่ได้ทำบุญ แต่ถ้ามีโอกาสก็ทำตลอดแหละ
นี่เซนซ์มันเล่าให้ฟังตอนออกมานอกร้านแล้วนะ เราก็ถามว่าเห็นไร น้องมันก็บอกว่าตอนที่นั่งกินกันอยู่
เนี่ยมีเด็ก 2 คนมายืนอยู่ข้างๆ เก้าอี้ฝั่งละคน แล้วก็เห็นเด็ก 2 คนนี้เดินตามเจ้าของร้านอยู่
เจ้าของร้านก็บอกว่า มีหมอดูทักหลายครั้งแล้ว เด็ก 2 คนนั้นก็คือลูกที่ตายไปของเขาเองแหละ
คือแบบ...มันไม่ใช่เรื่องที่เตี๊ยมมาก่อนแน่ๆ และเจ้าของร้านก็ยืนยันตรงกันด้วย”
                                                             
นี่เป็นแค่เรื่องเดียวในจำนวน 3-4 เรื่องที่แหล่งข่าวเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความสามารถพิเศษที่คนทั่วไป
ไม่อยากมีของหญิงสาววัยต้น 20 คนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเธอก็ยังคงเห็นผีอยู่ทุกวัน
และพยายามใช้ชีวิตให้ปกติ  เหมือนคนทั่วไป
 
หลังจากคืนนั้นเป็นต้นมาผมก็ลืมเรื่องนี้ไปสนิท จนเมื่อบก.หนวดนึกสนุกชวนคุยเรื่องผีขึ้นมาในที่ประชุม
กองบก. แล้วบก.หนวดก็ชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย พยายามจะโชว์ว่าแกมีเรื่องผีสยองๆอยู่หลายเรื่อง   
พวก น้องๆ ในกองบก.ก็ต้องทำหน้าตากลัวกันไปเรื่อย บางคนที่อยากเอาใจบก.หนวดถึงกับทำขนลุกแล้วโชว์
ให้บก.หนวดดีใจ แต่สำหรับผมซึ่งไม่ค่อยเอาใจใส่นักกับเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่แล้ว
ผมกลับคิดถึงน้องเซนซ์ขึ้นมาจับจิตจับใจ ทั้งด้วยความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นและความท้าทายเล็กๆ
แน่นอน! เรื่องแบบนี้   ยากที่จะเชื่อ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีจริง เหมือนอย่างที่เพื่อนคนหนึ่งซึ่งกำลังศึกษาพุทธศาสนาแบบเจาะลึก
เคยพูดให้ฟังว่า ในป่าแม้จะมีใบไม้ที่นำมาใช้ได้แค่กำมือเดียว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าใบไม้ที่เหลือมันจะไม่มีอยู่
และโดยส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าอยากจะก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างเชื่อหรือไม่เชื่อนั้น ก็ควรเข้าใกล้แกนกลางของเรื่องให้มากที่สุด
                                                                 
เราใช้เวลาติดต่อและรอคอยเซนซ์นาน 3 สัปดาห์เต็ม ในที่สุดเธอก็ตอบตกลง โดยนัดหมายสถานที่ไว้
ในร้านกาแฟแห่งหนึ่งใจกลางสยามสแควร์ ช่วงเวลาบ่าย 3 โมงของวันเสาร์ และหลังจาก
บรรทัดนี้ไป  คือการพูดคุยที่เกิดขึ้นในวันนั้น โดยที่ผมจะตัดทอนและเรียบเรียงให้อ่านง่ายที่สุด
แต่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริง
                                                         
สถานที่ : ร้านกาแฟใจกลางสยามสแควร์
เวลา : บ่าย 3 โมง 15 นาที
 
เหตุผลที่เลือกร้านกาแฟร้านนี้ก็คือสภาพคนที่เข้าออกพลุกพล่าน อาจจะบันทึกเทปได้ยากสักหน่อย
แต่อย่างน้อย  ก็อยากพิสูจน์ว่าในสถานที่ที่มีคนเยอะเช่นนี้ เซนซ์จะมีโอกาสเห็นผีได้มากน้อยแค่ไหน
 
ผมสั่งกาแฟรอเธอและเลือกโต๊ะเหมาะๆ อยู่พักหนึ่งเซนซ์ก็ปรากฏตัวขึ้น วัดด้วยสายตา
เธอเป็นสาวสมัยใหม่ ที่แต่งตัวจัดเอาเรื่องทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับ และเท่าที่สังเกตดู
ที่คอเธอไม่มีประคำหรือพระห้อยไว้ เห็นแต่เพียงสร้อยสไตล์ฮิพฮอพ ที่ข้อมือไม่ใช่สายสิญจน์
แต่เป็นนาฬิกาแบรนด์เนม ที่นิ้วไม่มีแหวนจากเกจิรุ่นดังแต่เป็นแหวนวิเวียน เวสต์วู้ด                                                                 
โดยรวมแล้วไม่มีมาดของผู้ทรงเจ้าเขาศีลเลยสักนิด   
เราเริ่มคุยกันทันที หลังจากพี่เขยและพี่สาวของเธอมาถึงเพื่อร่วมฟังเป็นพยาน
“เห็นผีครั้งแรกก็น่าจะเป็นตอนประมาณ 4 ขวบได้ ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าผีเป็นไง
แต่แม่เล่าให้ฟังว่า  วันนั้นเป็นวันสารทจีนหรือตรุษจีนนี่แหละ แล้วเขาจะมีโต๊ะตั้งไว้ไหว้กลางแจ้ง
มีเก้าอี้ให้นั่งด้วย เราก็เห็นว่ามีคนแก่ๆ มานั่ง เลยบอกแม่ว่า ม้าๆ มีใครมานั่งกินข้าวไม่รู้
ตอนนั้นแม่ก็เลยรู้ว่าเราเห็นผีแล้ว เป็นผีอากงอาม่า
“ที่เห็นจริงๆ จังๆ แล้วรู้ตัวนี่น่าจะตอนประถม ตอนนั้นเรียนอยู่โรงเรียนสหฯ
ตึกที่เรียนเนี่ยมันจะมีห้องน้ำหญิงอยู่ 3 ห้อง
เราชอบเข้าห้องในสุดเพราะว่ามันเย็นก็เลยเข้าห้องนี้ประจำ แล้วมีอยู่วันหนึ่ง
ไปเข้าตอนพักเที่ยง จู่ๆ อากาศมันก็เย็นมาก พอออกมาจากห้องน้ำ
เราก็มาล้างมือแล้วมองไปที่กระจก มันก็สะท้อนภาพตรงห้องน้ำที่เราเข้าพอดี
ปรากฏว่าเห็นเป็นผู้หญิงยืนอยู่ หันหลังให้ เราก็เอ๊ะ! เพิ่งออกมาจากห้องนั้น                                                                 
แล้วใครมายืนอยู่ได้ไง  เราก็ค่อยๆ มองผ่านกระจกใหม่ แล้วผู้หญิงคน
นั้นก็ค่อยๆ หันหน้ามา ยังไม่ทันเห็นหน้าเรากรี๊ดแล้ว กรี๊ดลั่นห้องน้ำเลย
แล้วก็วิ่งลงมาหาเพื่อน เล่าให้เพื่อนฟังก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะมันเป็นตอนกลางวันไง
เพื่อนก็ชวนกันมาเลย 5-6 คนก็เข้ามาอัดในห้องน้ำปิดประตูแล้วก็ท้าตีท้าต่อยกัน
ปรากฏว่าไม่เจอกัน เราก็ไม่เจอ เพื่อนๆ ก็ไม่เจอ มันก็เลยหาว่าเราเป็นคนขี้โกหก ฉุนเลย
ทีนี้ไปอีกรอบ กลัวก็กลัวแต่อยากปรู๊ฟไง โดนอีก ก็ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ นิ่งๆ
ลักษณะเหมือนคนเลย คราวนี้เราไม่หนีแล้ว ยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้นแล้วตะโกนด่า
จะเอาอะไร! มาหลอกกันทำไม! ผู้หญิงคนนั้นก็พยายามจะหันหน้ามา ไม่พูดอะไรนะ
ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ จนเราทนไม่ไหวเองต้องวิ่งหนีออกมา
“อีกวันไปถามภารโรงว่ามีใครเคยเห็นผีที่เป็นรูปร่างแบบนี้ๆ ในห้องน้ำนั้นไหม
ภารโรงก็ถามว่าเห็นด้วยเหรอ นั่นลูกสาวเขาเองแหละ ผูกคอตายอยู่ที่นั่น
เพราะท้องแล้วไม่มีพ่อ แต่เราก็เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวนะ ไม่อยากเล่าให้ใครฟัง
เพราะกลัวจะโดนหาว่าโกหกอีก”
 
ช่วงนี้กบ (น้องผู้หญิงที่ออฟฟิศ) เดินเข้ามาร่วมฟังด้วย คนในร้านก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“ที่รู้ตัวว่าโดนหลอกเต็มๆ ก็คือตอนเรียนมัธยม ช่วงนั้นย้ายไปเรียนอีกโรงเรียน เป็นโรงเรียนสหฯเหมือนกัน
เราเรียนเอกศิลปะก็จะซี้กับอาจารย์ศิลปะมาก วันนึงเรียนๆ อยู่ แล้วสีหมดอาจารย์ก็ใช้ให้เดินไปเอาสีที่ห้องพัก
เราเดินไปตามทางระบายน้ำของโรงเรียน  ก็เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนมองท่อระบายน้ำอยู่
ใส่ชุดนักเรียนนะแต่ไม่ใช่ของที่โรงเรียน เราก็เดินเข้าไปถามว่า  หนูหาอะไรอยู่คะ เด็กก็ชี้ให้ดู   
เรามองตามนิ้วไปก็ไม่เห็นอะไรนี่นา พอเงยหน้าจะมามองน้องเขาก็ไม่มีแล้ว หายไปหมด
เหลือแต่มือลอยอยู่กลางอากาศ กรี๊ดบ้านแตกเลย วิ่งร้องไห้กลับมาที่ห้องเรียน
อาจารย์ถามก็ไม่กล้าเล่าว่าไปเจอผี หลอกมา   
“ช่วงที่เห็นแบบจริงๆ จังๆ เห็นทุกที่ทุกวันเนี่ยก็ตอนไปเรียนต่อลอนดอน ตอนนั้นเราอายุ 18 พอดี
ก็ไม่เข้าใจ  ว่าทำไมเห็นเยอะขึ้น อยู่บนถนนก็เห็น ไปโรงเรียนก็เห็น อยู่ในรถไฟใต้ดินก็เห็น
เห็นจนไม่อยากออกไปไหนเลย หมกตัวร้องไห้อยู่ในบ้าน 3 เดือนเต็มๆ ไม่รู้ทำไงดี แทบบ้า
ไม่กล้าบอกที่บ้านด้วย เพราะกลัวโดนเรียกกลับไม่ได้เรียน เพื่อนก็คอยถามอยู่ตลอดเวลาหายไปไหน
เราก็พยายามทำใจให้ได้  คิดซะว่าถ้าไม่เรียนให้จบเนี่ยพ่อแม่จะเสียใจ จากนั้นก็เริ่มกลับไปเรียนใหม่
แต่เรียนเสร็จก็กลับบ้านเลย  ไม่ไปไหน ไม่อยากจะเห็น คิดว่าเราไม่ยุ่งกับเขา เขาก็คงไม่ยุ่งกับเรา ทำเป็น                                                                   
ไม่เห็นซะ ทำตัวชินๆ ดี  กว่า แต่ก็ยังไม่ชินนะ ทุกวันนี้ก็ยังกลัวอยู่”
ระหว่างนี้พี่เขยของเซนซ์ก็อธิบายให้เราฟังเพิ่มเติมถึงรูปร่างลักษณะของผีที่เซนซ์เห็น
โดยแบ่งประเภทออกมาว่า มีทั้งแบบที่มีเนื้อมีหนังเหมือนคน แบบโปร่งแสง แบบสีดำ แบบสีขาว
และแบบที่อวัยวะไม่  ครบ32
“ส่วนใหญ่ผีที่เราเห็นที่อังกฤษเนี่ยจะเป็นแบบโปร่งแสง แต่งตัวแบบคนสมัยนี้บ้าง แต่งตัวแบบโบราณบ้าง
มีครั้งหนึ่งเราเห็นผีที่บ้านเพื่อนซึ่งเป็นผีเจ้าของบ้านนั่นแหละ คือบ้านที่เพื่อนไปอยู่เนี่ยเป็นบ้านเก่าแก่
ที่อยู่กันมาหลายรุ่นแล้ว ห้องชั้นล่างจะเป็นห้องมาสเตอร์เบดรูม เราเข้าไปในห้องนี้ ก็เห็นคนแก่คนหนึ่งนั่งอยู่
รู้แล้วละว่าใช่ ด้วยความรำคาญเลยไปนั่งคุยด้วยว่าต้องการอะไร เขาก็พูดเป็นภาษาอังกฤษแบบโบราณ
เขาบอกว่าอยากกินสโคน เราก็ถามว่าถ้าซื้อมาแล้วจะกินยังไง เขาก็บอกว่าให้เอาไปวางไว้หัวเตียง   
ในห้องมาสเตอร์เบดรูม  ซึ่งเป็นห้องที่เขาตาย  แต่ปัจจุบันคือเพื่อนนอนอยู่ห้องนี้  เราก็ซื้อไปวางไว้ให้                             
เพื่อนมาเห็นก็หาว่าแอบเอาขนมมากินในห้อง เราก็เฉยๆ ไม่พูดอะไร จนสักพักเพื่อนมันก็เห็นว่าเราซื้อขนมมา   
แต่ทำไมมาวางไว้เฉยๆ ไม่ยอมกิน มันเริ่มสงสัยไง แล้วเพื่อนคนนี้ก็รู้ว่าเรามีเซนซ์อะไรประมาณนี้   
เลยถามว่าเห็นอะไรเหรอ  เราก็เลยเล่าให้ฟัง เพื่อนมันก็บอกว่าเอะใจอยู่เหมือนกัน                                                                     
เพราะห้องนั้นเป็นห้องเดียวภายในบ้านที่อุณหภูมิดร็อป  “ทำไมอุณหภูมิถึงต่ำลง”
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่เจอเนี่ยอุณหภูมิจะดร็อป แล้วตัวเราก็จะเย็นตามไปด้วย”
ว่าแล้วเซนซ์ก็เอื้อมมือมาแตะแขนผม มันเย็นเฉียบทั้งๆ ที่แอร์ก็ไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่
ส่วนทางท้ายทอยผม    ตอนนี้เหมือนมีลมแอร์เป่าลงอยู่ตลอดเวลา สงสัยว่าจะเป็นแอร์ภายในอาคารที่
สตาร์ตตัวเองขึ้นมาใหม่   เมื่ออุณหภูมิห้องสูงขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเพดานเพื่อหาช่องปล่อยแอร์
และเมื่อก้มลงมาอีกทีก็เห็นเงา   ร่างดำเป็นผู้หญิงผมยาวสลวยมานั่งอยู่ข้างๆ กบ เธอคือกิ๊บนั่นเอง
เพื่อนรุ่นน้องอีกคนในออฟฟิศที่อยากร่วมประสบการณ์ในครั้งนี้
เซนซ์เล่าว่าบ่อยครั้งที่เห็นผีนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแบบโปร่งแสง พวกนี้จะยืนอยู่นิ่งๆ หรือไม่ก็นั่งอยู่เป็นที่
ถ้าเป็นสีขาวก็จะเป็นพวกเจ้าที่เจ้าทาง เป็นวิญญาณดี ที่น่าเกลียดก็คือพวกที่มาแบบรูปร่างไม่ครบ 32
“บางร้านเรานั่งกินข้าวอยู่ก็มายืนอยู่ข้างๆ เละๆ มาเลย มื้อนั้นก็กินไม่ลงแล้ว
ครั้งหนึ่งไปงานเลี้ยงหรูเลยนะแถวโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คนในงานเยอะมาก แต่ปรากฏว่าผีเยอะกว่า
สงสัยมาจากแม่น้ำนั้นแหละ เยอะจนทนไม่ไหวต้องหนีกลับบ้าน”
แต่ผีที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเซนซ์ก็คือ ผีสีดำ เธอเชื่อว่านั่นคือวิญญาณอาฆาต
“พวกนี้ไม่เดินตามก็เกาะอยู่ข้างหลัง เกาะอย่างเดียวไม่พอนะโน้มตัวเอาหน้ามาใกล้คนที่ถูกเกาะอีก
ส่วนใหญ่จะเป็น ผีผู้หญิงเกาะอยู่บนหลังผู้ชาย ผีผู้ชายเกาะบนหลังผู้หญิงก็มี  แต่น้อย
ครั้งหนึ่งเราไปงานเลี้ยงแล้วเจอรุ่นพี่ผู้ชายเข้ามาทัก เขาตัวสูงกว่าเราเลยต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง
ปรากฏว่าพอเงยหน้าขึ้นไป  ก็เห็นผู้หญิงโน้มหน้ามาแล้วจ้องตาเขม็งเลย โดดถอยหลังพรวดเลยค่ะ
ดวงตาน่ากลัวมาก เรารีบเดินหนีทันที แต่ปัจจุบันที่เราเห็นมากที่สุดก็คือ  เกาะอยู่บนหลังผู้หญิงนะ
“มีช่วงหนึ่งกลับมาซัมเมอร์ที่เมืองไทย เลยมาเดินเที่ยวสยามสแควร์กับพี่สาว
เข้าไปในร้านเสื้อผ้าร้านนึง ก็เห็นผู้หญิงหน้าตาสวยเลยนะกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ เราเห็นข้างหลังเขา
เหมือนมีอะไรเป็นก้อนดำๆ ติดอยู่ก็เลยเอื้อมมือจะปัดให้ แต่พอเข้าไปใกล้สะดุ้งโหยงเลย
ชักมือกลับแทบไม่ทัน มันเป็นเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ที่เพิ่งมีลูกตาเกาะอยู่ เราเลยรู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ทำแท้งมา
ซึ่งเดี๋ยวนี้เพิ่มขึ้นทุกปี บางคนสวยขนาดนางแบบเลยแต่มีเกาะอยู่ที 3 ก้อน
ของแบบนี้เนี่ยทำบุญอุทิศส่วนกุศล  ก็ไม่หายไปหรอก เขาจะอยู่
มีเรื่องหนึ่งที่ได้ยินก่อนมานั่งคุยกับเซนซ์ก็คือ ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ถ้าคุยเรื่องผีกันและ
เผอิญว่าบริเวณนั้นมีผีอยู่ด้วยก็ไม่พลาดที่เขาจะมายืนฟัง
“ข้างหลังพี่นี่มีสัก 3 ตัวมั้ย” ผมแกล้งแหย่เซนซ์ดูว่าเธอจะเห็นสักกี่ตัว
เซนซ์มองข้ามไหล่ผมไปแล้วส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ค่ะ มีมากกว่านั้น แต่ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ เขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก”
ยอมรับว่าขนลุกเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับตกใจกลัว
“แล้วในนี้ล่ะ มีใครที่มีวิญญาณตามอยู่บ้าง”
เซนซ์หันมองไปรอบๆ หยุดเพ่งตรงนั้นตรงนี้เป็นระยะๆ แล้วก็หันมาบอกกับเรา
“เห็นผู้หญิงใส่เสื้อสีเขียวที่นั่งอยู่ด้านหลังเซนซ์มั้ย ที่ติดกระจกน่ะ เขามีอาแปะแก่ๆ ยืนอยู่ข้างหลังด้วย”
พวกเราทั้งหมดหันมองตามที่เธอบอก แต่เท่าที่เห็นคือผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่คนเดียว
“เป็นอาแปะแก่ๆ ใส่ชุดขาว น่าจะมาดีนะ เป็นวิญญาณพิทักษ์ สงสัยว่าจะเป็นญาติผู้ใหญ่ของเขาคอยตามดูแลอยู่”
“แล้ววิญญาณอาฆาตล่ะ เซนซ์เห็นบ้างมั้ย”
“ในนี้ไม่มี แต่เห็นเด็กวัยรุ่น 2 คนที่กำลังเดินมาหรือเปล่า”   
เธอมองทะลุกระจกออกไปนอกร้าน
“คนที่ใส่เสื้อสีน้ำเงินมีวิญญาณผู้ชายสีดำลอยตามอยู่ เป็นวิญญาณอาฆาต”
“แล้วอยากไปบอกเขามั้ย คือไปเตือนน่ะ”
“ถ้าไม่รู้จักก็จะไม่บอก แต่ถึงรู้จักก็บอกตรงๆ ไม่ได้ มันมีผลสะท้อน อาจจะเข้าตัวเรา
หรือมาอาฆาตเราแทน ฉะนั้นถ้าต้องบอกก็จะบอกอ้อมๆ หรือฝากบอกคนใกล้ตัวเขาแทน
เช่น ให้ไปทำบุญบ้างนะ อะไรทำนองนี้”
“พวกเรา 3 คนล่ะ มีใครเกาะหลังอยู่มั้ย”  ถึงตอนนี้น้องกิ๊บกับน้องกบเริ่มมองหน้ากันแล้วยิ้มแห้งๆ
“ของพี่มีควันขาวๆ ลอยอยู่ เครียดเรื่องงานอยู่ใช่มั้ย ของกบก็เหมือนกัน เป็นควันขาวๆ”
“แล้วของกิ๊บล่ะ”
“ไม่มีนะ แต่มีเด็กผู้ชายตามอยู่ข้างหลัง มีน้องหรือพี่ชายใช่มั้ยคะ”
“อืม...อันนี้พอรู้ค่ะ อุ๊ย! ขนลุกเลย” กิ๊บหน้าซีดไปแล้ว
เรื่องนี้กิ๊บเคยเล่าให้ผมฟังเหมือนกันว่า เคยมีคนทักว่า มีเด็กเดินตามอยู่แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
จนเมื่อเซนซ์ทัก เจ้าตัวก็กลับไปถามแม่อีกครั้งเพื่อยืนยัน ปรากฏว่าแม่ของกิ๊บเคยแท้ง
ลูกชายก่อนหน้าที่เธอจะเกิด  แล้วจู่ๆ โต๊ะด้านหลังเราก็มีดาราลูกครึ่งคนหนึ่งถือแก้วกาแฟมานั่งกับเพื่อนๆ   
กบรีบถามทันทีว่ามีไหม   “มี! เป็นวิญาณผู้ชาย 2 คน มาดีไม่ได้มาร้ายหรอก”
“แล้วอย่างนี้เวลาที่เราไปซื้อของเก่าอย่างพวกเสื้อผ้ารองเท้าเนี่ยจะมีตามมามั่งป่ะ”  กบถามต่อ
“ถ้าเป็นเสื้อผ้ารองเท้าไม่ค่อยมีหรอก แต่ถ้าเป็นพวกแหวน นาฬิกา หรือข้าวของที่มีคุณค่าทางจิตใจเนี่ย
ถ้าเจ้าของยังหวงอยู่ก็จะตามมา อย่างตอนเด็กเซนซ์เคยไปเดินเล่นกับคุณพ่อแล้วเขาชวนเข้าร้านนาฬิกาเก่า
จำได้ว่าคนเต็มร้านเลย แต่พอมองไปอีกทีไม่ใช่คน วิญญาณทั้งนั้น”
จากที่นั่งยิ้มๆ อยู่ เซนซ์ก็หน้าเลิ่กลั่กแล้วอุทานออกมาเสียงดัง
“โอ๊ย! ทำไมเยอะอย่างนี้”  เรามองหน้ากันไปมาแล้วถามเธอกลับไปว่าอะไรเยอะ
“ก็ไอ้นั่นนั่นแหละ” พี่สาวแนะนำให้เธอเปลี่ยนร้านทันที แต่เซนซ์ยังนั่งนิ่งก้มหน้าส่ายหัว
“ไม่เป็นไร ยังไงเขาก็ทำอะไรเราไม่ได้อยู่แล้ว”
“เยอะแค่ไหน” ตอนนี้คนในร้านพลุกพล่านมากกว่าเก่า ประมาณดูก็น่าจะราว 50 คนขึ้นไป
“ก็พอๆ กับคนในร้านแหละ  โอ๊ย! จะเยอะไปไหน” เยอะไม่ว่า แต่อย่ามีตัวไหนนึกสนุกโดดมาเกาะหลังแล้วกัน
ทุกวันนี้แค่เจ้าหนี้ตามหลอนก็ประสาทเสียพออยู่แล้ว ผมคิด
“ที่แบบนี้ยังไม่เท่าไหร่นะ ถ้าเป็นแถวถนนรัชดาหรือถนนเพชรบุรีเนี่ยเยอะมาก  แล้วก็ใช่ว่าจะมาสภาพดี
ยิ่งในห้างฯ… (ขอสงวนชื่อแต่อยู่ถนนรัชดา) เยอะมาก”
พี่เขยของเซนซ์เสริมมาว่า แถวนั้นเคยเป็นป่าช้าเก่ามาก่อน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีเยอะเป็นธรรมดา                                                                     
และถ้าจะทำธุรกิจให้รุ่งก็ควรจะเป็นธุรกิจอโคจร
“แล้วในสยามที่ไหนเยอะสุด” ตอนนี้แดดยามเย็นมาถึงแล้ว
“ถ้าพี่อยากเจอนะ พี่ไปศูนย์หนังสือ... (ขอสงวนชื่อ) ขึ้นไปชั้น 2 มุมขวามือ
ตรงนั้นมียืนมุงกันอยู่เพียบ ไม่รู้มุงอะไรอยู่ หรือไม่อีกที่นึงเจอแน่ๆ ป่าช้าวัดดอน”
“ป่าช้าวัดดอนเขารื้อไปแล้วนี่”
“เขาเอาไปแต่ร่าง แต่ที่เหลือยังอยู่”
“นอกจากในสถานที่แล้ว ตามถนนนี่เจอบ้างไหม”
“เยอะ! ส่วนใหญ่ไม่ครบ 32 หรอก มีครั้งหนึ่งขับรถไปแถว 4 แยกแล้วเด็กที่ไหนไม่รู้ก็โดดมาตัดหน้า
ตกใจเบรกจนเกือบเสียหลัก หันไปดูอีกทีไม่มีอะไรเลย บางครั้งเราก็เจอนั่งอยู่ตามเสาไฟฟ้า
แต่มีครั้งหนึ่งตกใจมาก เราขับรถอยู่บนทางด่วน จู่ๆ ก็มีหน้ามาแปะที่กระจกฝั่งคนนั่งด้านหน้า
หันไปมองก็เห็น เป็นหน้าเพื่อนที่เพิ่งตายไป เราไม่เคยไปงานศพเขาเลยไง สงสัยว่าเขาจะมาบอกลาน่ะ”
“สถานที่ทั่วไปก็มี ตามถนนก็มี ถ้าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีพระอยู่อย่างในวัดเนี่ย ไม่น่าจะมีนะ”
เซนซ์หัวเราะฮึๆ เหมือนผมพูดอะไรไม่ถูก
“ตัวเยอะเลยพี่ แม้แต่ในโบสถ์ยังมีเลย ล่าสุดแม่เพิ่งชวนไปถวายสังฆทานมา เราก็ไม่อยากจะไปเล้ย
แต่แม่ก็อยากให้ไป เอ้า! ไปก็ไป พอถวายสังฆทานเสร็จเขามีกรวดน้ำใช่มั้ย เราก็ก้มกรวดน้ำอยู่
พักเดียวเอาแล้ว รอบๆ ตัวมีเท้ามารายล้อมเต็มไปหมด คือเขามารอรับส่วนบุญที่เราทำไปน่ะ”
“แล้วอย่างนี้ในโรงพยาบาลก็เต็มเลยสิ เพราะมีคนตายบ่อย” กบเริ่มถามต่อ
“จะมีเยอะในวอร์ดฉุกเฉิน และก็ในรถฉุกเฉิน อันนี้เจอตอนที่อาม่าป่วยต้องเรียกรถฉุกเฉินมารับ
แล้วแม่ก็ให้เรานั่งไปเป็นเพื่อน ไม่อยากจะขึ้นเลยนะ เพราะรู้ว่ามีแน่ๆ แล้วก็มีจริงๆ นั่งเรียงกันเป็นแถว เลย
ในวอร์ดฉุกเฉินนี่บางทีเห็นแบบยืนร้องไห้อยู่ข้างศพตัวเองเลยนะ คือเพิ่งรู้ว่าตัวเองตาย ยังทำใจไม่ได้”
“แล้วสมมุติว่าถ้าเราจะหนีผีเนี่ย เรานั่งเครื่องบินไปต่างประเทศผีจะตามไปมั้ย” กบถามไปกลั้วหัวเราะไป
“ไม่รู้เหมือนกันแต่คิดว่าตามไปได้นะ ถ้าไม่มีเจ้าที่คอยกั้นไว้”
พี่เขยเซนซ์เสริมว่าเจ้าที่ก็เหมือนกับด่านตม. ถ้ามาดีก็สามารถเข้าในสถานที่เขาดูแลได้ แต่ถ้าร้ายก็หมดสิทธิ์   
“เจ้าที่เราชอบนะ เขาสวยงามดี แต่งตัวดี อย่างไปกินข้าวบางร้านเนี่ยเจ้าที่มานั่งด้วย
บอกว่าอยากได้พวงมาลัย เราเล่าให้พี่สาวฟังเขาบอกว่าจะซื้อให้ เจ้าที่ก็ไม่เอาจะให้คนในร้านซื้อให้
เราก็ต้องบอกให้คนในร้านไปซื้อพวงมาลัยมาไหว้ซะ  แต่บางบ้านที่เจอเนี่ยเจ้าที่ใส่เสื้อขาดๆ นะ
ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าของบ้านไม่ยอมดูแลเลย”
เรื่องเจ้าที่เจ้าทางที่เกิดขึ้นหมาดๆ ก็คือ เซนซ์ไปดูให้กับเพื่อนพี่เขยคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของตึกอยู่แถวอโศก
เดินมองหาเจ้าที่อยู่ทุกชั้นไม่เจอ ไปเจอเอาชั้นดาดฟ้าแต่ก็ดันเป็นเจ้าที่ตึกข้างๆ พอได้เจอตัวเจ้าของตึก
จึงรู้ว่าเจ้าที่เกาะติดอยู่ข้างหลังนั่นเอง ในกรณีนี้หมายถึงมาขอแบ่งส่วนบุญด้วย
ทางแก้ก็คือ บอกกล่าวและตั้งศาลเอาไว้ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง
“เจ้าที่เนี่ยบางครั้งเราก็ไม่เห็นเป็นรูปร่างนะ แต่บางทีก็เป็นแสง บางครั้งสว่างมากเลย
อย่างพระพรหมตรงแยกเอราวัณ เห็นแสงมาแต่ไกลเหมือนดวงอาทิตย์ แต่ใช่ว่าจะเป็นอย่างนั้นทุกที่นะ แสงสว่างแต่ละที่จะไม่เท่ากัน”
ทั้งวงเงียบกันไปครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ เซนซ์ก็หันมาบอกกับผมอีกครั้งว่า
นอกจากควันขาวๆ แล้ว ยังเหมือนมีร่องรอยของเงาดำๆ ติดอยู่   
“แฟนเก่ายังมีชีวิตอยู่มั้ยคะ”
“มีครับ เขาเพิ่งโทรมาคุยเมื่อไม่กี่เดือนมานี้”
“ที่เห็นเนี่ยเหมือนกับว่าเขาอาฆาตอยู่นะ แต่คือไม่อยู่แล้ว เห็นแต่เป็นร่องรอย”
“แต่เขายังมีชีวิตอยู่นะ ล่าสุดก็คุยกันดี ไม่น่าจะใช่หรอก”
หรือไม่อีกอย่างหนึ่งก็คือไปเหยียบอะไรผิดที่ผิดทางมาแล้ววิญญาณตรงนั้นตามกลับมาด้วย”
“อันนี้ไม่รู้เหมือนกันครับ ไปหลายที่เหลือเกิน”
“เท่าที่เซนซ์เห็นคิดว่ามีผู้หญิงอาฆาตอยู่นะ ยังไงๆ ถวายสังฆทานแล้วกรวดน้ำให้เขาบ้างก็ดีค่ะ”
 
สถานที่ : บ้านพัก
เวลา : ตี 3 ครึ่ง
 
กลางคืนก็ยังเป็นกลางคืนอยู่เหมือนเดิม คือมืดและลึกลับ ส่วนจะกลัวหรือไม่กลัว
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า  อยู่ที่จิตในขณะนั้นของแต่ละคน
ดึกสงัดคืนนี้ผมกำลังเรียบเรียงเรื่องราวของเซนซ์อยู่ แวบหนึ่งก็คิดถึงช่วงเวลาท้ายๆของการ สัมภาษณ์   
“การที่ใครสักคนเห็นผีทุกวันทุกที่มันจะช่วยบอกอะไรกับชีวิตเราได้เหรอ”
“เราจะรู้ว่าบาปบุญมีจริง เดี๋ยวนี้กรรมมันติดเจ็ตแล้วนะ ผู้หญิงที่ไปทำแท้งอย่าคิดนะว่าเขาจะหายไป เขาอยู่ข้างหลังนั่นแหละ
ผู้ชายที่ไปทำผู้หญิงเจ็บแค้น ผู้หญิงที่ไปทำผู้ชายเจ็บแค้น ท้ายสุดมันก็เป็นเจ้าหนี้เจ้ากรรมกัน ติดตามกันไปตลอดเวลา”
สมัยนี้ใครเขาจะเชื่อเรื่องกรรมเวร?
ในเมื่อเห็นๆ กันอยู่ว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา ด้านได้อายอด โกงแล้วรวยดูดีกว่า อยู่อย่างซื่อสัตย์แล้วยากจน
ถ้าคนส่วนใหญ่ปักใจไปในทางนี้แล้ว อย่าว่าแต่เห็นผีลางๆ เลย ต่อให้มาแลบลิ้นปลิ้นตาควักตับไตไส้พุงตรงหน้า
มันจะเหลือค่าอะไรให้น่ากลัว  แต่ว่าก็ว่าเถอะ...
ขณะที่อ่านเรื่องนี้อยู่
คุณรู้สึกเหมือนผมไหมว่า
มีอะไรบางอย่างกำลังอ่านเรื่องนี้   
ไปพร้อมกับเรา...อยู่ข้างหลัง!!!!!

NooKKy
Sr. Member
****
กระทู้: 1,641


*_เกเร ได้ใจ_*


Re: ~๏ Fl2€€ D0M ๏~ คaับ คaับvoJคu สบายๆ สไตa์ "เด็กเส้น" (Up Date ข้อมูล 9/02/2009)
« ตอบ #5069 เมื่อ: 18-02-2009, 05:08:52 »


เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยครั้งแรกเมื่อตอนที่ผมไปทำบทความเรื่องหนึ่งที่พัทยา
หลังจากสัมภาษณ์กับแหล่งข่าวเสร็จ พวกเราทั้งหมดนั่งรถตู้ฝ่าความมืดของถนนลูกรังและทุ่งหญ้าเพื่อกลับไปยังที่พักในเมือง
ระหว่างนั้น   แหล่งข่าวเล่าเรื่องราวต่างๆ ของเพื่อนเขาให้ฟัง หนึ่งในเรื่องนั้นที่เราตั้งใจฟังมากที่สุดก็คือ
เรื่องของ  น้องเซนซ์
                                                 
“เคยดูหนังผีกันไหม ผีต้องออกมากลางคืนใช่มั้ย แล้วมีหมาหอน ผีในหนังจะตัวขาวๆ ผมยาวๆ ใช่มั้ย
และพอเช้าผีก็จะหายไปใช่มั้ย ลืมเรื่องพวกนี้ไปเลย ไอ้เซนซ์มันบอกผมว่า ผีมีทุกเวลา อยู่ในทุกที่
ในห้างฯ กลางวันแสกๆ มันยังเจอเลย”
 
แหล่งข่าวพยายามทำเสียงทุ้มต่ำเพื่อให้เรื่องฟังดูน่ากลัวที่สุด ซึ่งมันก็ได้ผลกับคนรอบข้างทีเดียว แต่ไม่ ใช่ผม
ไอ้เราก็ไม่ค่อยเชื่อหรอกว่ามันจะเห็นจริงๆ แต่มีครั้งนึงที่เล่นเอาขนลุกเลย
คืนนั้นไปนั่งกินหมูกระทะกัน     มีเซนซ์   พี่สาวเขา โยกับแฟนโย แล้วก็เรา นั่งกินกันอยู่ดีๆ เซนซ์มันก็หน้าซีด
ขึ้นมาซะงั้น เราก็เฮ้ย!   เห็นไรป่าววะ
สักพักเซนซ์มันก็เดินไปหาเจ้าของร้านบอกว่าให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลบ้าง เจ้าของร้านก็ นิ่งไปนิด
แล้วบอกว่าพักนี้ไม่ค่อยมีเวลาเลยไม่ได้ทำบุญ แต่ถ้ามีโอกาสก็ทำตลอดแหละ
นี่เซนซ์มันเล่าให้ฟังตอนออกมานอกร้านแล้วนะ เราก็ถามว่าเห็นไร น้องมันก็บอกว่าตอนที่นั่งกินกันอยู่
เนี่ยมีเด็ก 2 คนมายืนอยู่ข้างๆ เก้าอี้ฝั่งละคน แล้วก็เห็นเด็ก 2 คนนี้เดินตามเจ้าของร้านอยู่
เจ้าของร้านก็บอกว่า มีหมอดูทักหลายครั้งแล้ว เด็ก 2 คนนั้นก็คือลูกที่ตายไปของเขาเองแหละ
คือแบบ...มันไม่ใช่เรื่องที่เตี๊ยมมาก่อนแน่ๆ และเจ้าของร้านก็ยืนยันตรงกันด้วย”
                                                             
นี่เป็นแค่เรื่องเดียวในจำนวน 3-4 เรื่องที่แหล่งข่าวเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความสามารถพิเศษที่คนทั่วไป
ไม่อยากมีของหญิงสาววัยต้น 20 คนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเธอก็ยังคงเห็นผีอยู่ทุกวัน
และพยายามใช้ชีวิตให้ปกติ  เหมือนคนทั่วไป
 
หลังจากคืนนั้นเป็นต้นมาผมก็ลืมเรื่องนี้ไปสนิท จนเมื่อบก.หนวดนึกสนุกชวนคุยเรื่องผีขึ้นมาในที่ประชุม
กองบก. แล้วบก.หนวดก็ชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย พยายามจะโชว์ว่าแกมีเรื่องผีสยองๆอยู่หลายเรื่อง   
พวก น้องๆ ในกองบก.ก็ต้องทำหน้าตากลัวกันไปเรื่อย บางคนที่อยากเอาใจบก.หนวดถึงกับทำขนลุกแล้วโชว์
ให้บก.หนวดดีใจ แต่สำหรับผมซึ่งไม่ค่อยเอาใจใส่นักกับเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่แล้ว
ผมกลับคิดถึงน้องเซนซ์ขึ้นมาจับจิตจับใจ ทั้งด้วยความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นและความท้าทายเล็กๆ
แน่นอน! เรื่องแบบนี้   ยากที่จะเชื่อ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีจริง เหมือนอย่างที่เพื่อนคนหนึ่งซึ่งกำลังศึกษาพุทธศาสนาแบบเจาะลึก
เคยพูดให้ฟังว่า ในป่าแม้จะมีใบไม้ที่นำมาใช้ได้แค่กำมือเดียว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าใบไม้ที่เหลือมันจะไม่มีอยู่
และโดยส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าอยากจะก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างเชื่อหรือไม่เชื่อนั้น ก็ควรเข้าใกล้แกนกลางของเรื่องให้มากที่สุด
                                                                 
เราใช้เวลาติดต่อและรอคอยเซนซ์นาน 3 สัปดาห์เต็ม ในที่สุดเธอก็ตอบตกลง โดยนัดหมายสถานที่ไว้
ในร้านกาแฟแห่งหนึ่งใจกลางสยามสแควร์ ช่วงเวลาบ่าย 3 โมงของวันเสาร์ และหลังจาก
บรรทัดนี้ไป  คือการพูดคุยที่เกิดขึ้นในวันนั้น โดยที่ผมจะตัดทอนและเรียบเรียงให้อ่านง่ายที่สุด
แต่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริง
                                                         
สถานที่ : ร้านกาแฟใจกลางสยามสแควร์
เวลา : บ่าย 3 โมง 15 นาที
 
เหตุผลที่เลือกร้านกาแฟร้านนี้ก็คือสภาพคนที่เข้าออกพลุกพล่าน อาจจะบันทึกเทปได้ยากสักหน่อย
แต่อย่างน้อย  ก็อยากพิสูจน์ว่าในสถานที่ที่มีคนเยอะเช่นนี้ เซนซ์จะมีโอกาสเห็นผีได้มากน้อยแค่ไหน
 
ผมสั่งกาแฟรอเธอและเลือกโต๊ะเหมาะๆ อยู่พักหนึ่งเซนซ์ก็ปรากฏตัวขึ้น วัดด้วยสายตา
เธอเป็นสาวสมัยใหม่ ที่แต่งตัวจัดเอาเรื่องทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับ และเท่าที่สังเกตดู
ที่คอเธอไม่มีประคำหรือพระห้อยไว้ เห็นแต่เพียงสร้อยสไตล์ฮิพฮอพ ที่ข้อมือไม่ใช่สายสิญจน์
แต่เป็นนาฬิกาแบรนด์เนม ที่นิ้วไม่มีแหวนจากเกจิรุ่นดังแต่เป็นแหวนวิเวียน เวสต์วู้ด                                                                 
โดยรวมแล้วไม่มีมาดของผู้ทรงเจ้าเขาศีลเลยสักนิด   
เราเริ่มคุยกันทันที หลังจากพี่เขยและพี่สาวของเธอมาถึงเพื่อร่วมฟังเป็นพยาน
“เห็นผีครั้งแรกก็น่าจะเป็นตอนประมาณ 4 ขวบได้ ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าผีเป็นไง
แต่แม่เล่าให้ฟังว่า  วันนั้นเป็นวันสารทจีนหรือตรุษจีนนี่แหละ แล้วเขาจะมีโต๊ะตั้งไว้ไหว้กลางแจ้ง
มีเก้าอี้ให้นั่งด้วย เราก็เห็นว่ามีคนแก่ๆ มานั่ง เลยบอกแม่ว่า ม้าๆ มีใครมานั่งกินข้าวไม่รู้
ตอนนั้นแม่ก็เลยรู้ว่าเราเห็นผีแล้ว เป็นผีอากงอาม่า
“ที่เห็นจริงๆ จังๆ แล้วรู้ตัวนี่น่าจะตอนประถม ตอนนั้นเรียนอยู่โรงเรียนสหฯ
ตึกที่เรียนเนี่ยมันจะมีห้องน้ำหญิงอยู่ 3 ห้อง
เราชอบเข้าห้องในสุดเพราะว่ามันเย็นก็เลยเข้าห้องนี้ประจำ แล้วมีอยู่วันหนึ่ง
ไปเข้าตอนพักเที่ยง จู่ๆ อากาศมันก็เย็นมาก พอออกมาจากห้องน้ำ
เราก็มาล้างมือแล้วมองไปที่กระจก มันก็สะท้อนภาพตรงห้องน้ำที่เราเข้าพอดี
ปรากฏว่าเห็นเป็นผู้หญิงยืนอยู่ หันหลังให้ เราก็เอ๊ะ! เพิ่งออกมาจากห้องนั้น                                                                 
แล้วใครมายืนอยู่ได้ไง  เราก็ค่อยๆ มองผ่านกระจกใหม่ แล้วผู้หญิงคน
นั้นก็ค่อยๆ หันหน้ามา ยังไม่ทันเห็นหน้าเรากรี๊ดแล้ว กรี๊ดลั่นห้องน้ำเลย
แล้วก็วิ่งลงมาหาเพื่อน เล่าให้เพื่อนฟังก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะมันเป็นตอนกลางวันไง
เพื่อนก็ชวนกันมาเลย 5-6 คนก็เข้ามาอัดในห้องน้ำปิดประตูแล้วก็ท้าตีท้าต่อยกัน
ปรากฏว่าไม่เจอกัน เราก็ไม่เจอ เพื่อนๆ ก็ไม่เจอ มันก็เลยหาว่าเราเป็นคนขี้โกหก ฉุนเลย
ทีนี้ไปอีกรอบ กลัวก็กลัวแต่อยากปรู๊ฟไง โดนอีก ก็ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ นิ่งๆ
ลักษณะเหมือนคนเลย คราวนี้เราไม่หนีแล้ว ยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้นแล้วตะโกนด่า
จะเอาอะไร! มาหลอกกันทำไม! ผู้หญิงคนนั้นก็พยายามจะหันหน้ามา ไม่พูดอะไรนะ
ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ จนเราทนไม่ไหวเองต้องวิ่งหนีออกมา
“อีกวันไปถามภารโรงว่ามีใครเคยเห็นผีที่เป็นรูปร่างแบบนี้ๆ ในห้องน้ำนั้นไหม
ภารโรงก็ถามว่าเห็นด้วยเหรอ นั่นลูกสาวเขาเองแหละ ผูกคอตายอยู่ที่นั่น
เพราะท้องแล้วไม่มีพ่อ แต่เราก็เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวนะ ไม่อยากเล่าให้ใครฟัง
เพราะกลัวจะโดนหาว่าโกหกอีก”
 
ช่วงนี้กบ (น้องผู้หญิงที่ออฟฟิศ) เดินเข้ามาร่วมฟังด้วย คนในร้านก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“ที่รู้ตัวว่าโดนหลอกเต็มๆ ก็คือตอนเรียนมัธยม ช่วงนั้นย้ายไปเรียนอีกโรงเรียน เป็นโรงเรียนสหฯเหมือนกัน
เราเรียนเอกศิลปะก็จะซี้กับอาจารย์ศิลปะมาก วันนึงเรียนๆ อยู่ แล้วสีหมดอาจารย์ก็ใช้ให้เดินไปเอาสีที่ห้องพัก
เราเดินไปตามทางระบายน้ำของโรงเรียน  ก็เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนมองท่อระบายน้ำอยู่
ใส่ชุดนักเรียนนะแต่ไม่ใช่ของที่โรงเรียน เราก็เดินเข้าไปถามว่า  หนูหาอะไรอยู่คะ เด็กก็ชี้ให้ดู   
เรามองตามนิ้วไปก็ไม่เห็นอะไรนี่นา พอเงยหน้าจะมามองน้องเขาก็ไม่มีแล้ว หายไปหมด
เหลือแต่มือลอยอยู่กลางอากาศ กรี๊ดบ้านแตกเลย วิ่งร้องไห้กลับมาที่ห้องเรียน
อาจารย์ถามก็ไม่กล้าเล่าว่าไปเจอผี หลอกมา   
“ช่วงที่เห็นแบบจริงๆ จังๆ เห็นทุกที่ทุกวันเนี่ยก็ตอนไปเรียนต่อลอนดอน ตอนนั้นเราอายุ 18 พอดี
ก็ไม่เข้าใจ  ว่าทำไมเห็นเยอะขึ้น อยู่บนถนนก็เห็น ไปโรงเรียนก็เห็น อยู่ในรถไฟใต้ดินก็เห็น
เห็นจนไม่อยากออกไปไหนเลย หมกตัวร้องไห้อยู่ในบ้าน 3 เดือนเต็มๆ ไม่รู้ทำไงดี แทบบ้า
ไม่กล้าบอกที่บ้านด้วย เพราะกลัวโดนเรียกกลับไม่ได้เรียน เพื่อนก็คอยถามอยู่ตลอดเวลาหายไปไหน
เราก็พยายามทำใจให้ได้  คิดซะว่าถ้าไม่เรียนให้จบเนี่ยพ่อแม่จะเสียใจ จากนั้นก็เริ่มกลับไปเรียนใหม่
แต่เรียนเสร็จก็กลับบ้านเลย  ไม่ไปไหน ไม่อยากจะเห็น คิดว่าเราไม่ยุ่งกับเขา เขาก็คงไม่ยุ่งกับเรา ทำเป็น                                                                   
ไม่เห็นซะ ทำตัวชินๆ ดี  กว่า แต่ก็ยังไม่ชินนะ ทุกวันนี้ก็ยังกลัวอยู่”
ระหว่างนี้พี่เขยของเซนซ์ก็อธิบายให้เราฟังเพิ่มเติมถึงรูปร่างลักษณะของผีที่เซนซ์เห็น
โดยแบ่งประเภทออกมาว่า มีทั้งแบบที่มีเนื้อมีหนังเหมือนคน แบบโปร่งแสง แบบสีดำ แบบสีขาว
และแบบที่อวัยวะไม่  ครบ32
“ส่วนใหญ่ผีที่เราเห็นที่อังกฤษเนี่ยจะเป็นแบบโปร่งแสง แต่งตัวแบบคนสมัยนี้บ้าง แต่งตัวแบบโบราณบ้าง
มีครั้งหนึ่งเราเห็นผีที่บ้านเพื่อนซึ่งเป็นผีเจ้าของบ้านนั่นแหละ คือบ้านที่เพื่อนไปอยู่เนี่ยเป็นบ้านเก่าแก่
ที่อยู่กันมาหลายรุ่นแล้ว ห้องชั้นล่างจะเป็นห้องมาสเตอร์เบดรูม เราเข้าไปในห้องนี้ ก็เห็นคนแก่คนหนึ่งนั่งอยู่
รู้แล้วละว่าใช่ ด้วยความรำคาญเลยไปนั่งคุยด้วยว่าต้องการอะไร เขาก็พูดเป็นภาษาอังกฤษแบบโบราณ
เขาบอกว่าอยากกินสโคน เราก็ถามว่าถ้าซื้อมาแล้วจะกินยังไง เขาก็บอกว่าให้เอาไปวางไว้หัวเตียง   
ในห้องมาสเตอร์เบดรูม  ซึ่งเป็นห้องที่เขาตาย  แต่ปัจจุบันคือเพื่อนนอนอยู่ห้องนี้  เราก็ซื้อไปวางไว้ให้                             
เพื่อนมาเห็นก็หาว่าแอบเอาขนมมากินในห้อง เราก็เฉยๆ ไม่พูดอะไร จนสักพักเพื่อนมันก็เห็นว่าเราซื้อขนมมา   
แต่ทำไมมาวางไว้เฉยๆ ไม่ยอมกิน มันเริ่มสงสัยไง แล้วเพื่อนคนนี้ก็รู้ว่าเรามีเซนซ์อะไรประมาณนี้   
เลยถามว่าเห็นอะไรเหรอ  เราก็เลยเล่าให้ฟัง เพื่อนมันก็บอกว่าเอะใจอยู่เหมือนกัน                                                                     
เพราะห้องนั้นเป็นห้องเดียวภายในบ้านที่อุณหภูมิดร็อป  “ทำไมอุณหภูมิถึงต่ำลง”
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่เจอเนี่ยอุณหภูมิจะดร็อป แล้วตัวเราก็จะเย็นตามไปด้วย”
ว่าแล้วเซนซ์ก็เอื้อมมือมาแตะแขนผม มันเย็นเฉียบทั้งๆ ที่แอร์ก็ไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่
ส่วนทางท้ายทอยผม    ตอนนี้เหมือนมีลมแอร์เป่าลงอยู่ตลอดเวลา สงสัยว่าจะเป็นแอร์ภายในอาคารที่
สตาร์ตตัวเองขึ้นมาใหม่   เมื่ออุณหภูมิห้องสูงขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเพดานเพื่อหาช่องปล่อยแอร์
และเมื่อก้มลงมาอีกทีก็เห็นเงา   ร่างดำเป็นผู้หญิงผมยาวสลวยมานั่งอยู่ข้างๆ กบ เธอคือกิ๊บนั่นเอง
เพื่อนรุ่นน้องอีกคนในออฟฟิศที่อยากร่วมประสบการณ์ในครั้งนี้
เซนซ์เล่าว่าบ่อยครั้งที่เห็นผีนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแบบโปร่งแสง พวกนี้จะยืนอยู่นิ่งๆ หรือไม่ก็นั่งอยู่เป็นที่
ถ้าเป็นสีขาวก็จะเป็นพวกเจ้าที่เจ้าทาง เป็นวิญญาณดี ที่น่าเกลียดก็คือพวกที่มาแบบรูปร่างไม่ครบ 32
“บางร้านเรานั่งกินข้าวอยู่ก็มายืนอยู่ข้างๆ เละๆ มาเลย มื้อนั้นก็กินไม่ลงแล้ว
ครั้งหนึ่งไปงานเลี้ยงหรูเลยนะแถวโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คนในงานเยอะมาก แต่ปรากฏว่าผีเยอะกว่า
สงสัยมาจากแม่น้ำนั้นแหละ เยอะจนทนไม่ไหวต้องหนีกลับบ้าน”
แต่ผีที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเซนซ์ก็คือ ผีสีดำ เธอเชื่อว่านั่นคือวิญญาณอาฆาต
“พวกนี้ไม่เดินตามก็เกาะอยู่ข้างหลัง เกาะอย่างเดียวไม่พอนะโน้มตัวเอาหน้ามาใกล้คนที่ถูกเกาะอีก
ส่วนใหญ่จะเป็น ผีผู้หญิงเกาะอยู่บนหลังผู้ชาย ผีผู้ชายเกาะบนหลังผู้หญิงก็มี  แต่น้อย
ครั้งหนึ่งเราไปงานเลี้ยงแล้วเจอรุ่นพี่ผู้ชายเข้ามาทัก เขาตัวสูงกว่าเราเลยต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง
ปรากฏว่าพอเงยหน้าขึ้นไป  ก็เห็นผู้หญิงโน้มหน้ามาแล้วจ้องตาเขม็งเลย โดดถอยหลังพรวดเลยค่ะ
ดวงตาน่ากลัวมาก เรารีบเดินหนีทันที แต่ปัจจุบันที่เราเห็นมากที่สุดก็คือ  เกาะอยู่บนหลังผู้หญิงนะ
“มีช่วงหนึ่งกลับมาซัมเมอร์ที่เมืองไทย เลยมาเดินเที่ยวสยามสแควร์กับพี่สาว
เข้าไปในร้านเสื้อผ้าร้านนึง ก็เห็นผู้หญิงหน้าตาสวยเลยนะกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ เราเห็นข้างหลังเขา
เหมือนมีอะไรเป็นก้อนดำๆ ติดอยู่ก็เลยเอื้อมมือจะปัดให้ แต่พอเข้าไปใกล้สะดุ้งโหยงเลย
ชักมือกลับแทบไม่ทัน มันเป็นเหมือนเด็กตัวเล็กๆ ที่เพิ่งมีลูกตาเกาะอยู่ เราเลยรู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ทำแท้งมา
ซึ่งเดี๋ยวนี้เพิ่มขึ้นทุกปี บางคนสวยขนาดนางแบบเลยแต่มีเกาะอยู่ที 3 ก้อน
ของแบบนี้เนี่ยทำบุญอุทิศส่วนกุศล  ก็ไม่หายไปหรอก เขาจะอยู่
มีเรื่องหนึ่งที่ได้ยินก่อนมานั่งคุยกับเซนซ์ก็คือ ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ถ้าคุยเรื่องผีกันและ
เผอิญว่าบริเวณนั้นมีผีอยู่ด้วยก็ไม่พลาดที่เขาจะมายืนฟัง
“ข้างหลังพี่นี่มีสัก 3 ตัวมั้ย” ผมแกล้งแหย่เซนซ์ดูว่าเธอจะเห็นสักกี่ตัว
เซนซ์มองข้ามไหล่ผมไปแล้วส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ค่ะ มีมากกว่านั้น แต่ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ เขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก”
ยอมรับว่าขนลุกเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับตกใจกลัว
“แล้วในนี้ล่ะ มีใครที่มีวิญญาณตามอยู่บ้าง”
เซนซ์หันมองไปรอบๆ หยุดเพ่งตรงนั้นตรงนี้เป็นระยะๆ แล้วก็หันมาบอกกับเรา
“เห็นผู้หญิงใส่เสื้อสีเขียวที่นั่งอยู่ด้านหลังเซนซ์มั้ย ที่ติดกระจกน่ะ เขามีอาแปะแก่ๆ ยืนอยู่ข้างหลังด้วย”
พวกเราทั้งหมดหันมองตามที่เธอบอก แต่เท่าที่เห็นคือผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่คนเดียว
“เป็นอาแปะแก่ๆ ใส่ชุดขาว น่าจะมาดีนะ เป็นวิญญาณพิทักษ์ สงสัยว่าจะเป็นญาติผู้ใหญ่ของเขาคอยตามดูแลอยู่”
“แล้ววิญญาณอาฆาตล่ะ เซนซ์เห็นบ้างมั้ย”
“ในนี้ไม่มี แต่เห็นเด็กวัยรุ่น 2 คนที่กำลังเดินมาหรือเปล่า”   
เธอมองทะลุกระจกออกไปนอกร้าน
“คนที่ใส่เสื้อสีน้ำเงินมีวิญญาณผู้ชายสีดำลอยตามอยู่ เป็นวิญญาณอาฆาต”
“แล้วอยากไปบอกเขามั้ย คือไปเตือนน่ะ”
“ถ้าไม่รู้จักก็จะไม่บอก แต่ถึงรู้จักก็บอกตรงๆ ไม่ได้ มันมีผลสะท้อน อาจจะเข้าตัวเรา
หรือมาอาฆาตเราแทน ฉะนั้นถ้าต้องบอกก็จะบอกอ้อมๆ หรือฝากบอกคนใกล้ตัวเขาแทน
เช่น ให้ไปทำบุญบ้างนะ อะไรทำนองนี้”
“พวกเรา 3 คนล่ะ มีใครเกาะหลังอยู่มั้ย”  ถึงตอนนี้น้องกิ๊บกับน้องกบเริ่มมองหน้ากันแล้วยิ้มแห้งๆ
“ของพี่มีควันขาวๆ ลอยอยู่ เครียดเรื่องงานอยู่ใช่มั้ย ของกบก็เหมือนกัน เป็นควันขาวๆ”
“แล้วของกิ๊บล่ะ”
“ไม่มีนะ แต่มีเด็กผู้ชายตามอยู่ข้างหลัง มีน้องหรือพี่ชายใช่มั้ยคะ”
“อืม...อันนี้พอรู้ค่ะ อุ๊ย! ขนลุกเลย” กิ๊บหน้าซีดไปแล้ว
เรื่องนี้กิ๊บเคยเล่าให้ผมฟังเหมือนกันว่า เคยมีคนทักว่า มีเด็กเดินตามอยู่แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
จนเมื่อเซนซ์ทัก เจ้าตัวก็กลับไปถามแม่อีกครั้งเพื่อยืนยัน ปรากฏว่าแม่ของกิ๊บเคยแท้ง
ลูกชายก่อนหน้าที่เธอจะเกิด  แล้วจู่ๆ โต๊ะด้านหลังเราก็มีดาราลูกครึ่งคนหนึ่งถือแก้วกาแฟมานั่งกับเพื่อนๆ   
กบรีบถามทันทีว่ามีไหม   “มี! เป็นวิญาณผู้ชาย 2 คน มาดีไม่ได้มาร้ายหรอก”
“แล้วอย่างนี้เวลาที่เราไปซื้อของเก่าอย่างพวกเสื้อผ้ารองเท้าเนี่ยจะมีตามมามั่งป่ะ”  กบถามต่อ
“ถ้าเป็นเสื้อผ้ารองเท้าไม่ค่อยมีหรอก แต่ถ้าเป็นพวกแหวน นาฬิกา หรือข้าวของที่มีคุณค่าทางจิตใจเนี่ย
ถ้าเจ้าของยังหวงอยู่ก็จะตามมา อย่างตอนเด็กเซนซ์เคยไปเดินเล่นกับคุณพ่อแล้วเขาชวนเข้าร้านนาฬิกาเก่า
จำได้ว่าคนเต็มร้านเลย แต่พอมองไปอีกทีไม่ใช่คน วิญญาณทั้งนั้น”
จากที่นั่งยิ้มๆ อยู่ เซนซ์ก็หน้าเลิ่กลั่กแล้วอุทานออกมาเสียงดัง
“โอ๊ย! ทำไมเยอะอย่างนี้”  เรามองหน้ากันไปมาแล้วถามเธอกลับไปว่าอะไรเยอะ
“ก็ไอ้นั่นนั่นแหละ” พี่สาวแนะนำให้เธอเปลี่ยนร้านทันที แต่เซนซ์ยังนั่งนิ่งก้มหน้าส่ายหัว
“ไม่เป็นไร ยังไงเขาก็ทำอะไรเราไม่ได้อยู่แล้ว”
“เยอะแค่ไหน” ตอนนี้คนในร้านพลุกพล่านมากกว่าเก่า ประมาณดูก็น่าจะราว 50 คนขึ้นไป
“ก็พอๆ กับคนในร้านแหละ  โอ๊ย! จะเยอะไปไหน” เยอะไม่ว่า แต่อย่ามีตัวไหนนึกสนุกโดดมาเกาะหลังแล้วกัน
ทุกวันนี้แค่เจ้าหนี้ตามหลอนก็ประสาทเสียพออยู่แล้ว ผมคิด
“ที่แบบนี้ยังไม่เท่าไหร่นะ ถ้าเป็นแถวถนนรัชดาหรือถนนเพชรบุรีเนี่ยเยอะมาก  แล้วก็ใช่ว่าจะมาสภาพดี
ยิ่งในห้างฯ… (ขอสงวนชื่อแต่อยู่ถนนรัชดา) เยอะมาก”
พี่เขยของเซนซ์เสริมมาว่า แถวนั้นเคยเป็นป่าช้าเก่ามาก่อน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีเยอะเป็นธรรมดา                                                                     
และถ้าจะทำธุรกิจให้รุ่งก็ควรจะเป็นธุรกิจอโคจร
“แล้วในสยามที่ไหนเยอะสุด” ตอนนี้แดดยามเย็นมาถึงแล้ว
“ถ้าพี่อยากเจอนะ พี่ไปศูนย์หนังสือ... (ขอสงวนชื่อ) ขึ้นไปชั้น 2 มุมขวามือ
ตรงนั้นมียืนมุงกันอยู่เพียบ ไม่รู้มุงอะไรอยู่ หรือไม่อีกที่นึงเจอแน่ๆ ป่าช้าวัดดอน”
“ป่าช้าวัดดอนเขารื้อไปแล้วนี่”
“เขาเอาไปแต่ร่าง แต่ที่เหลือยังอยู่”
“นอกจากในสถานที่แล้ว ตามถนนนี่เจอบ้างไหม”
“เยอะ! ส่วนใหญ่ไม่ครบ 32 หรอก มีครั้งหนึ่งขับรถไปแถว 4 แยกแล้วเด็กที่ไหนไม่รู้ก็โดดมาตัดหน้า
ตกใจเบรกจนเกือบเสียหลัก หันไปดูอีกทีไม่มีอะไรเลย บางครั้งเราก็เจอนั่งอยู่ตามเสาไฟฟ้า
แต่มีครั้งหนึ่งตกใจมาก เราขับรถอยู่บนทางด่วน จู่ๆ ก็มีหน้ามาแปะที่กระจกฝั่งคนนั่งด้านหน้า
หันไปมองก็เห็น เป็นหน้าเพื่อนที่เพิ่งตายไป เราไม่เคยไปงานศพเขาเลยไง สงสัยว่าเขาจะมาบอกลาน่ะ”
“สถานที่ทั่วไปก็มี ตามถนนก็มี ถ้าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีพระอยู่อย่างในวัดเนี่ย ไม่น่าจะมีนะ”
เซนซ์หัวเราะฮึๆ เหมือนผมพูดอะไรไม่ถูก
“ตัวเยอะเลยพี่ แม้แต่ในโบสถ์ยังมีเลย ล่าสุดแม่เพิ่งชวนไปถวายสังฆทานมา เราก็ไม่อยากจะไปเล้ย
แต่แม่ก็อยากให้ไป เอ้า! ไปก็ไป พอถวายสังฆทานเสร็จเขามีกรวดน้ำใช่มั้ย เราก็ก้มกรวดน้ำอยู่
พักเดียวเอาแล้ว รอบๆ ตัวมีเท้ามารายล้อมเต็มไปหมด คือเขามารอรับส่วนบุญที่เราทำไปน่ะ”
“แล้วอย่างนี้ในโรงพยาบาลก็เต็มเลยสิ เพราะมีคนตายบ่อย” กบเริ่มถามต่อ
“จะมีเยอะในวอร์ดฉุกเฉิน และก็ในรถฉุกเฉิน อันนี้เจอตอนที่อาม่าป่วยต้องเรียกรถฉุกเฉินมารับ
แล้วแม่ก็ให้เรานั่งไปเป็นเพื่อน ไม่อยากจะขึ้นเลยนะ เพราะรู้ว่ามีแน่ๆ แล้วก็มีจริงๆ นั่งเรียงกันเป็นแถว เลย
ในวอร์ดฉุกเฉินนี่บางทีเห็นแบบยืนร้องไห้อยู่ข้างศพตัวเองเลยนะ คือเพิ่งรู้ว่าตัวเองตาย ยังทำใจไม่ได้”
“แล้วสมมุติว่าถ้าเราจะหนีผีเนี่ย เรานั่งเครื่องบินไปต่างประเทศผีจะตามไปมั้ย” กบถามไปกลั้วหัวเราะไป
“ไม่รู้เหมือนกันแต่คิดว่าตามไปได้นะ ถ้าไม่มีเจ้าที่คอยกั้นไว้”
พี่เขยเซนซ์เสริมว่าเจ้าที่ก็เหมือนกับด่านตม. ถ้ามาดีก็สามารถเข้าในสถานที่เขาดูแลได้ แต่ถ้าร้ายก็หมดสิทธิ์   
“เจ้าที่เราชอบนะ เขาสวยงามดี แต่งตัวดี อย่างไปกินข้าวบางร้านเนี่ยเจ้าที่มานั่งด้วย
บอกว่าอยากได้พวงมาลัย เราเล่าให้พี่สาวฟังเขาบอกว่าจะซื้อให้ เจ้าที่ก็ไม่เอาจะให้คนในร้านซื้อให้
เราก็ต้องบอกให้คนในร้านไปซื้อพวงมาลัยมาไหว้ซะ  แต่บางบ้านที่เจอเนี่ยเจ้าที่ใส่เสื้อขาดๆ นะ
ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าของบ้านไม่ยอมดูแลเลย”
เรื่องเจ้าที่เจ้าทางที่เกิดขึ้นหมาดๆ ก็คือ เซนซ์ไปดูให้กับเพื่อนพี่เขยคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของตึกอยู่แถวอโศก
เดินมองหาเจ้าที่อยู่ทุกชั้นไม่เจอ ไปเจอเอาชั้นดาดฟ้าแต่ก็ดันเป็นเจ้าที่ตึกข้างๆ พอได้เจอตัวเจ้าของตึก
จึงรู้ว่าเจ้าที่เกาะติดอยู่ข้างหลังนั่นเอง ในกรณีนี้หมายถึงมาขอแบ่งส่วนบุญด้วย
ทางแก้ก็คือ บอกกล่าวและตั้งศาลเอาไว้ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง
“เจ้าที่เนี่ยบางครั้งเราก็ไม่เห็นเป็นรูปร่างนะ แต่บางทีก็เป็นแสง บางครั้งสว่างมากเลย
อย่างพระพรหมตรงแยกเอราวัณ เห็นแสงมาแต่ไกลเหมือนดวงอาทิตย์ แต่ใช่ว่าจะเป็นอย่างนั้นทุกที่นะ แสงสว่างแต่ละที่จะไม่เท่ากัน”
ทั้งวงเงียบกันไปครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ เซนซ์ก็หันมาบอกกับผมอีกครั้งว่า
นอกจากควันขาวๆ แล้ว ยังเหมือนมีร่องรอยของเงาดำๆ ติดอยู่   
“แฟนเก่ายังมีชีวิตอยู่มั้ยคะ”
“มีครับ เขาเพิ่งโทรมาคุยเมื่อไม่กี่เดือนมานี้”
“ที่เห็นเนี่ยเหมือนกับว่าเขาอาฆาตอยู่นะ แต่คือไม่อยู่แล้ว เห็นแต่เป็นร่องรอย”
“แต่เขายังมีชีวิตอยู่นะ ล่าสุดก็คุยกันดี ไม่น่าจะใช่หรอก”
หรือไม่อีกอย่างหนึ่งก็คือไปเหยียบอะไรผิดที่ผิดทางมาแล้ววิญญาณตรงนั้นตามกลับมาด้วย”
“อันนี้ไม่รู้เหมือนกันครับ ไปหลายที่เหลือเกิน”
“เท่าที่เซนซ์เห็นคิดว่ามีผู้หญิงอาฆาตอยู่นะ ยังไงๆ ถวายสังฆทานแล้วกรวดน้ำให้เขาบ้างก็ดีค่ะ”
 
สถานที่ : บ้านพัก
เวลา : ตี 3 ครึ่ง
 
กลางคืนก็ยังเป็นกลางคืนอยู่เหมือนเดิม คือมืดและลึกลับ ส่วนจะกลัวหรือไม่กลัว
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า  อยู่ที่จิตในขณะนั้นของแต่ละคน
ดึกสงัดคืนนี้ผมกำลังเรียบเรียงเรื่องราวของเซนซ์อยู่ แวบหนึ่งก็คิดถึงช่วงเวลาท้ายๆของการ สัมภาษณ์   
“การที่ใครสักคนเห็นผีทุกวันทุกที่มันจะช่วยบอกอะไรกับชีวิตเราได้เหรอ”
“เราจะรู้ว่าบาปบุญมีจริง เดี๋ยวนี้กรรมมันติดเจ็ตแล้วนะ ผู้หญิงที่ไปทำแท้งอย่าคิดนะว่าเขาจะหายไป เขาอยู่ข้างหลังนั่นแหละ
ผู้ชายที่ไปทำผู้หญิงเจ็บแค้น ผู้หญิงที่ไปทำผู้ชายเจ็บแค้น ท้ายสุดมันก็เป็นเจ้าหนี้เจ้ากรรมกัน ติดตามกันไปตลอดเวลา”
สมัยนี้ใครเขาจะเชื่อเรื่องกรรมเวร?
ในเมื่อเห็นๆ กันอยู่ว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา ด้านได้อายอด โกงแล้วรวยดูดีกว่า อยู่อย่างซื่อสัตย์แล้วยากจน
ถ้าคนส่วนใหญ่ปักใจไปในทางนี้แล้ว อย่าว่าแต่เห็นผีลางๆ เลย ต่อให้มาแลบลิ้นปลิ้นตาควักตับไตไส้พุงตรงหน้า
มันจะเหลือค่าอะไรให้น่ากลัว  แต่ว่าก็ว่าเถอะ...
ขณะที่อ่านเรื่องนี้อยู่
คุณรู้สึกเหมือนผมไหมว่า
มีอะไรบางอย่างกำลังอ่านเรื่องนี้   
ไปพร้อมกับเรา...อยู่ข้างหลัง!!!!!

ป้าย:
หน้า: 1 ... 336 337 [338] 339 340 ... 1171